ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าทั้งแดนบวกและลบ นลท.จับตาข้อตกลงการค้า-เงินหยวน

ข่าวหุ้น-การเงิน 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 11:46 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าวันนี้ทั้งแดนบวกและลบ ในขณะที่นักลงทุนยังคงติดตามสถานการณ์การค้าระหว่างจีนและสหรัฐ รวมทั้งความเคลื่อนไหวของเงินหยวน

ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าที่ 27,661.02 จุด ลดลง 22.38 จุด, -0.08% ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดภาคเช้าที่ 23,263.83 จุด เพิ่มขึ้น 11.84 จุด, +0.05% ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซียปิดภาคเช้าที่ 1,600.40 จุด ลดลง 6.34 จุด, -0.39%

China Foreign Exchange Trading System (CFETS) รายงานว่า อัตราค่ากลางสกุลเงินหยวนในวันนี้อยู่ที่ระดับ 7.0080 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลง 0.0305 หยวน

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ในตลาดปริวรรตเงินตราต่างประเทศของจีนนั้น เงินหยวนได้รับอนุญาตให้ปรับตัวขึ้นหรือลงไม่เกิน 2% จากอัตราค่ากลางของการซื้อขายแต่ละวัน

ทั้งนี้ อัตราค่ากลางสกุลเงินหยวนเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ อิงกับราคาเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนัก ก่อนที่ตลาดอินเตอร์แบงก์จะเปิดทำการซื้อขายในแต่ละวัน

ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยรายงานการประชุมประจำเดือนก.ย.ในวันนี้ โดยระบุว่า กรรมการ BOJ ได้หารือกันเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม ขณะที่กรรมการบางส่วนได้เรียกร้องให้ BOJ ตระหนักถึงความจำเป็นในการเริ่มแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการสนับสนุนทางการเงิน

รายงานการประชุมระบุว่า กรรมการคนหนึ่งของ BOJ กล่าวว่า การฟื้นตัวอย่างล่าช้าของเศรษฐกิจในต่างประเทศอาจจะส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจและเงินเฟ้อของญี่ปุ่น ซึ่ง BOJ จำเป็นต้องเริ่มพิจารณาการใช้นโยบายเพื่อรับมือ ควบคู่ไปกับการจับตาผลกระทบข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นด้วย

ข้อมูลเศรษฐกิจที่ได้มีการเปิดเผยแล้วในวันนี้ ได้แก่ ธนาคารกลางเกาหลีใต้เปิดเผยว่า เกาหลีใต้มียอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดเดือก.ย.พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 11 เดือน เนื่องจากยอดส่งออกชะลอตัวลง

ทั้งนี้ ยอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดในเดือนก.ย.อยู่ที่ระดับ 7.48 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.ปีที่แล้ว และเกินดุลติดต่อกันเป็นเดือนที่ 5

นายปาร์ค ดอง-จุน เจ้าหน้าที่ของธนาคารกลางเกาหลีใต้เปิดเผยว่า การส่งออกที่ชะลอตัวลงส่งผลให้เกาหลีใต้ยังคงมียอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัด โดยยอดส่งออกในเดือนก.ย.ร่วงลง 10.3% เมื่อเทียบเป็นรายปี แตะที่ระดับ 4.601 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่ยอดนำเข้าลดลง 3% สู่ระดับ 3.717 หมื่นล้านดอลลาร์


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ