ดาวโจนส์พลิกร่วงแดนลบ หลัง"ทรัมป์"ขวางยกเลิกรีดภาษีจีน

ข่าวหุ้น-การเงิน 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 22:18 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดัชนีดาวโจนส์พลิกร่วงแดนลบในวันนี้ หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แสดงท่าทีคัดค้านการยกเลิกการจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีน ณ เวลา 22.11 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์อยู่ที่ 27,600.86 จุด ลบ 73.94 จุด หรือ 0.27% ดัชนีดาวโจนส์ปิดวานนี้พุ่งขึ้นเกือบ 200 จุด แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขานรับสัญญาณบวกในการเจรจาการค้า หลังจากสหรัฐและจีนได้ตกลงกันที่จะทยอยยกเลิกการจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้าของแต่ละฝ่าย อย่างไรก็ดี นักลงทุนเริ่มไม่มั่นใจต่อความคืบหน้าในการเจรจาการค้า หลังจากที่ปธน.ทรัมป์กล่าวในวันนี้ว่า เขาไม่เห็นด้วยต่อการยกเลิกการจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีน ถึงแม้ว่าจีนต้องการให้เขาดำเนินการดังกล่าวก็ตาม นายนาวาร์โรยังกล่าวว่า การประกาศของจีนเป็นแทคติคที่ต้องการกดดันทำเนียบขาวให้ยอมรับเงื่อนไขการทยอยยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้า

คำกล่าวของปธน.ทรัมป์สวนทางกับแถลงการณ์ของกระทรวงพาณิชย์จีนวานนี้ที่ว่า สหรัฐและจีนได้ตกลงกันที่จะทยอยยกเลิกการจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้าของแต่ละฝ่ายที่มีการกำหนดขึ้นในช่วงที่สหรัฐและจีนทำสงครามการค้าก่อนหน้านี้

นายปีเตอร์ นาวาร์โร ที่ปรึกษานโยบายการค้าประจำทำเนียบขาว กล่าวว่า การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ยังไม่ได้ไปไกลถึงขั้นที่จีนได้แถลงออกมา

"นี่เป็นสิ่งที่ผมรู้ ขณะนี้ยังไม่มีการทำข้อตกลงใดๆที่ระบุให้สหรัฐยกเลิกการจัดเก็บภาษีเป็นเงื่อนไขในข้อตกลงการค้าเฟสแรก และผู้เดียวที่จะทำการตัดสินใจดังกล่าวคือประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์" เขากล่าว

"เราจะมีการทำข้อตกลงเฟสแรกกับจีน ตามเงื่อนไขของท่านประธานาธิบดี ขณะที่ใกล้ถึงกำหนดการเก็บภาษีนำเข้าจากจีนในวันที่ 15 ธ.ค. ซึ่งการที่จีนร้องเรียนเกี่ยวกับการเก็บภาษีก็เป็นเพราะมาตรการนี้กำลังใช้ได้ผล" นายนาวาร์โรกล่าว

ราคาหุ้นของบริษัทวอลท์ ดิสนีย์ พุ่งขึ้น 4% ในการซื้อขายวันนี้ หลังการเปิดเผยผลประกอบการที่สดใส

บริษัทวอลท์ ดิสนีย์ เปิดเผยกำไร และรายได้สูงกว่าคาดในช่วงเดือนก.ค.-ก.ย. ซึ่งเป็นไตรมาส 4 ตามปีงบการเงินของบริษัท

ทั้งนี้ ดิสนีย์เปิดเผยว่า บริษัทมีกำไร 1.07 ดอลลาร์/หุ้น สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 0.95 ดอลลาร์/หุ้น

นอกจากนี้ บริษัทมีรายได้ที่ระดับ 1.910 หมื่นล้านดอลลาร์ สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 1.904 หมื่นล้านดอลลาร์


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ