ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์กดาวโจนส์ปิดบวก 92.10 จุด รับถ้อยแถลง"พาวเวล",หุ้นดิสนีย์พุ่งแรง

ข่าวหุ้น-การเงิน 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 06:51 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดดีดตัวขึ้นทำนิวไฮอีกครั้งเมื่อคืนนี้ (13 พ.ย.) ขานรับถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่แสดงความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจของสหรัฐ นอกจากนี้ ดาวโจนส์ยังได้แรงหนุนจากราคาหุ้นดิสนีย์ที่ทะยานขึ้นกว่า 7% หลังจากยอดลงทะเบียนผู้ใช้บริการสตรีมมิ่ง "Disney+" พุ่งทะลุ 10 ล้านราย อย่างไรก็ดี ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนยังคงเป็นปัจจัยที่สร้างแรงกดดันต่อตลาดในระหว่างวัน

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,783.59 จุด เพิ่มขึ้น 92.10 จุด หรือ +0.33% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,094.04 จุด เพิ่มขึ้น 2.20 จุด หรือ +0.07% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,482.10 จุด ลดลง 3.99 จุด หรือ -0.05%

ดัชนีดาวโจนส์ดีดตัวขึ้นหลังจากนายพาวเวลได้กล่าวแถลงการณ์ว่าด้วยภาวะเศรษฐกิจสหรัฐต่อคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจร่วมของสภาคองเกรสเมื่อวานนี้ว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะมีการขยายตัวที่ยั่งยืน โดยได้รับแรงหนุนจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟด นอกจากนี้ นายพาวเวลยังส่งสัญญาณว่าเฟดจะตรึงอัตราดอกเบี้ยต่อไป ตราบใดที่ข้อมูลซึ่งได้รับมานั้น ยังคงสอดคล้องกับมุมมองของเฟดที่ว่า เศรษฐกิจจะมีการขยายตัวปานกลาง, ตลาดแรงงานมีความแข็งแกร่ง และอัตราเงินเฟ้ออยู่ใกล้เป้าหมายของเฟดที่ระดับ 2%

หุ้นดิสนีย์ ซึ่งเป็นหนึ่งใน 30 หลักทรัพย์ที่ใช้คำนวณดัชนีดาวโจนส์นั้น ปิดตลาดทะยานขึ้น 7.3% หลังจากบริษัทเปิดเผยยอดผู้ลงทะเบียนรับบริการ Disney+ พุ่งขึ้นทะลุ 10 ล้านรายนับตั้งแต่ที่เริ่มเปิดให้บริการเมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดย Disney+ เป็นบริการสตรีมมิ่งที่ดิสนีย์หวังนำมาชนกับบริษัทเน็ตฟลิกซ์

อย่างไรก็ดี ข่าวในด้านบวกของดิสนีย์ส่งผลให้ราคาหุ้นเน็ตฟลิกซ์ซึ่งเป็นคู่แข่ง ปิดตลาดร่วงลง 3%

นักลงทุนเข้าซื้อหุ้น defensive stocks เช่นหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคและกลุ่มสินค้าผู้บริโภคซึ่งเป็นหุ้นที่ปลอดภัยและสามารถต้านทานวัฏจักรทางเศรษฐกิจได้ดี โดยหุ้นดุ๊ค เอนเนอร์จี เพิ่มขึ้น 1.07% หุ้นคอนโซลิเดทเต็ด เอดิสัน อิงค์ เพิ่มขึ้น 1.2% หุ้นเฟิร์สท์เอนเนอร์จี พุ่งขึ้น 1.3% ส่วนหุ้นกลุ่มสินค้าผู้บริโภคนั้น หุ้นพรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล (P&G) พุ่งขึ้น 1.16% หุ้นเป๊ปซี่โค เพิ่มขึ้น 0.9% หุ้นโคคา-โคลา พุ่งขึ้น 1.35%

หุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวลง หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐดิ่งลงเมื่อคืนนี้ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับทิศทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน โดยหุ้นซิตี้กรุ๊ป ร่วงลง 1.5% หุ้นมอร์แกน สแตนลีย์ ร่วงลง 1.3% หุ้นเวลส์ ฟาร์โก ดิ่งลง 1.7% หุ้นเจพีมอร์แกน เชส ปรับตัวลง 0.53% หุ้นแบงก์ ออฟ อเมริกา ลดลง 0.9% และหุ้นโกลด์แมน แซคส์ ลดลง 0.5%

นักลงทุนยังคงกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การค้าระหว่างสหรัฐและจีน โดยขณะนี้ทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถสรุปข้อตกลงในการเจรจาการค้าเฟสแรก ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐจะเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีน หากสหรัฐไม่สามารถบรรลุข้อตกลงการค้ากับจีน

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีการเปิดเผยแล้วเมื่อคืนนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ทั่วไปเพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนต.ค. เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค.

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นๆที่มีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนต.ค., ยอดค้าปลีกเดือนต.ค., ราคานำเข้าและส่งออกเดือนต.ค., ดัชนีภาคการผลิต (Empire State Manufacturing Index) เดือนพ.ย. จากเฟดนิวยอร์ก, การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนต.ค. และสต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือนก.ย.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ