ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์กดาวโจนส์ปิดพุ่ง 222.93 จุด ขานรับยอดค้าปลีกแกร่ง,แนวโน้มใกล้บรรลุข้อตกลงการค้า

ข่าวหุ้น-การเงิน 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 06:09 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นทำนิวไฮเมื่อคืนนี้ (15 พ.ย.) โดยได้แรงหนุนจากความเชื่อมั่นครั้งใหม่เกี่ยวกับการทำข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน และตลาดขานรับยอดค้าปลีกของสหรัฐที่เพิ่มขึ้นเกินคาด

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 28,004.89 จุด เพิ่มขึ้น 222.93 จุด หรือ +0.80%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 33,120.46 จุด เพิ่มขึ้น 23.83 จุด หรือ +0.77% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,540.83 จุด เพิ่มขึ้น 61.81 จุด หรือ +0.73%

ตลอดทั้งสัปดาห์ ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้นทั้งสิ้น 1.17%, ดัชนี S&P500 เพิ่มขึ้น 0.89% และดัชนี Nasdaq บวก 0.77%

ดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 6 ติดต่อกันยาวนานที่สุดในรอบ 2 ปี ขณะที่ดัชนีดาวโจนส์พุ่งทะลุระดับ 28,000 ได้เป็นครั้งแรก

หุ้น 10 ใน 11 กลุ่มของดัชนี S&P 500 ปิดบวก หุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์นำตลาดพุ่งขึ้น 2.2% โดยหุ้นยูไนเต็ดเฮลธ์ กรุ๊ป พุ่ง 5.3%, หุ้นจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน พุ่ง 3.04% และหุ้นไฟเซอร์ พุ่ง 2.0%

หุ้นแอพพลายด์ แมทีเรียลส์ ซึ่งเป็นบริษัทผลิตชิป พุ่งขึ้น 9.0% หลังคาดการณ์รายได้และผลกำไรไตรมาสแรกสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้

หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมปรับตัวขึ้นขานรับความหวังในการทำข้อตกลงการค้าระหว่างจีน-สหรัฐ โดยหุ้นแคทเธอร์พิลลาร์ บวก 1.30% และ หุ้นโบอิ้ง เพิ่มขึ้น 1.18%

ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้นขานรับการเปิดเผยข้อมูลยอดค้าปลีกที่เพิ่มขึ้นเกินคาด โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนต.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 0.2% หลังจากลดลง 0.3% ในเดือนก.ย. ซึ่งเป็นการปรับตัวลงครั้งแรกในรอบ 7 เดือน

เมื่อเทียบรายปี ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 3.1% ในเดือนต.ค.

ส่วนยอดค้าปลีกพื้นฐาน ซึ่งไม่รวมยอดขายรถยนต์ น้ำมัน วัสดุก่อสร้าง และอาหาร เพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนต.ค. หลังจากลดลง 0.1% ในเดือนก.ย.

นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากการที่นายแลร์รี่ คุดโลว์ หัวหน้าที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาว เปิดเผยว่า การเจรจาทำข้อตกลงการค้าเฟสแรกกับจีนกำลังเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายแล้ว โดยทั้งสองฝ่ายยังคงติดต่อกันอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สหรัฐและจีนได้จัดการประชุมทางวิดีโอระดับคณะทำงานในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยมุ่งเน้นในประเด็นต่างๆ ตั้งแต่รายละเอียดและกำหนดเวลาที่จีนจะซื้อสินค้าเกษตรของสหรัฐ เช่น เนื้อหมูและถั่วเหลือง ไปจนถึงประเด็นการขโมยทรัพย์สินทางปัญญา

ส่วนการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐอื่นๆ นั้น ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก รายงานว่า ดัชนีภาคการผลิต (Empire State Index) ปรับตัวลง 1.1 จุด สู่ระดับ 2.9 ในเดือนพ.ย. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าดัชนีจะปรับตัวสู่ระดับ 5.0 ในเดือนพ.ย.

นอกจากนี้ เฟดยังรายงานว่า ตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรมโดยรวมของสหรัฐดิ่งลง 0.8% ในเดือนต.ค. ซึ่งเป็นการปรับตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค.ปีที่แล้ว ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าลดลง 0.4% หลังจากลดลง 0.3% ในเดือนก.ย.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ