ดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วง คาดวอลล์สตรีทปรับฐาน หลังทำนิวไฮก่อนหน้านี้

ข่าวหุ้น-การเงิน 21 มกราคม พ.ศ. 2563 21:11 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงลงในวันนี้ บ่งชี้ว่าตลาดหุ้นวอลล์สตรีทจะปรับฐานในคืนนี้ หลังจากพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ก่อนหน้านี้

ณ เวลา 20.55 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ลบ 71 จุด หรือ 0.24% สู่ระดับ 29,208 จุด

ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปิดทำการวานนี้ เนื่องในวันมาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์

ดัชนีดาวโจนส์, S&P 500 และ Nasdaq ดีดตัวแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันศุกร์ โดยได้แรงหนุนจากการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐและจีน รวมถึงผลประกอบการที่สดใสของบริษัทจดทะเบียน

ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทดีดตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีนี้ โดยได้ปัจจัยบวกจากการที่สหรัฐและจีนสามารถบรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรก

อย่างไรก็ดี คาดว่าตลาดจะปรับตัวลงในการซื้อขายวันนี้ หลังจากที่นายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กล่าวว่า ข้อตกลงการค้าเฟสสองที่สหรัฐจะเจรจากับจีน อาจจะไม่มีการปรับลดอัตราภาษีสินค้าทั้งหมดที่มีการบังคับใช้ในขณะนี้

"เราอาจทำข้อตกลงเฟส 2A ก่อน และยกเลิกการเก็บภาษีบางส่วน โดยเราจะทำเช่นนี้ทีละส่วน" นายมนูชินกล่าวต่อหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล

คำกล่าวของนายมนูชิน สอดคล้องกับที่เขากล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า สหรัฐจะปรับลดอัตราภาษีสินค้าที่นำเข้าจากจีนในข้อตกลงการค้าเฟสสอง ซึ่งจะถูกแบ่งออกเป็นหลายรอบ

"เราจะมีการปรับลดอัตราภาษีเพิ่มเติมในข้อตกลงการค้าเฟส 2 โดยข้อตกลงเฟส 2 อาจถูกแบ่งออกเป็น 2A, 2B, 2C ซึ่งเราจะดูกันต่อไป" นายมนูชินกล่าว

นอกจากนี้ ตลาดยังถูกกดดันจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

นายร็อบ คาร์เนลล์ หัวหน้านักวิเคราะห์ของธนาคารไอเอ็นจี ระบุเตือนว่า การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างรุนแรง หากผู้บริโภคเกิดความตื่นตระหนก

นายคาร์เนลล์ยังชี้ว่า ก่อนหน้านี้ ขณะที่เกิดการแพร่ระบาดของโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง หรือ SARS นักท่องเที่ยวได้ยกเลิกแผนการเดินทางไปยังดินแดนที่มีการแพร่ระบาด ขณะที่ประชาชนหลีกเลี่ยงการขึ้นรถโดยสารสาธารณะ และหันมาทำงานที่บ้าน ส่วนผู้บริโภคก็ไม่ต้องการไปยังร้านอาหารหรือห้างสรรพสินค้า

ในช่วงที่โรค SARS มีความรุนแรงมากที่สุด การขยายตัวของนักท่องเที่ยวภายในประเทศดิ่งลงถึง 45% ในช่วงไตรมาส 2 ของปี 2546 ขณะที่รายได้จากการท่องเที่ยวทรุดตัวลง 64%

อย่างไรก็ดี นายคาร์เนลล์เชื่อว่าการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่จะส่งผลกระทบน้อยกว่า SARS เนื่องจากมีความรุนแรงน้อยกว่า และรัฐบาลจีนได้ดำเนินการอย่างรวดเร็วในการเปิดเผยข้อมูลการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ซึ่งแตกต่างจากขณะเกิดโรค SARS ซึ่งรัฐบาลจีนถูกทั่วโลกโจมตีเนื่องจากมีการปกปิดข้อมูลการระบาดในช่วงเริ่มแรก ส่งผลให้เกิดการลุกลามจนยากต่อการควบคุมในที่สุด ทำให้มีผู้เสียชีวิตทั่วโลกเกือบ 800 ราย

องค์การอนามัยโลก (WHO) เตรียมจัดการประชุมคณะกรรมการฉุกเฉินในวันพรุ่งนี้ที่กรุงเจนีวา เพื่อหารือเกี่ยวกับการสกัดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ขณะที่ผู้เสียชีวิตและติดเชื้อมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น

นายกเทศมนตรีเมืองอู่ฮั่น มณฑลเหอเป่ยของจีน เปิดเผยในวันนี้ว่า ผู้เสียชีวิตจากโรคปอดอักเสบที่เกิดจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่มีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 6 ราย ขณะที่ผู้ติดเชื้อไวรัสทั่วประเทศมีจำนวนเกือบ 300 ราย

ขณะเดียวกัน นักลงทุนมีความวิตกเกี่ยวกับเศรษฐกิจโลก หลังจากที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประกาศปรับลดตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกสู่ระดับ 3.3% ในปีนี้ จากเดิมที่คาดการณ์ในเดือนต.ค.ที่ระดับ 3.4%

นอกจากนี้ IMF ยังได้ปรับลดตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปีหน้า สู่ระดับ 3.4% จากเดิมที่ระดับ 3.6%

ขณะเดียวกัน IMF คาดว่าเศรษฐกิจโลกขยายตัว 2.9% ในปีที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการเงินทั่วโลกในปี 2551-52 จากเดิมที่ระดับ 3.0%


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ