ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์กดาวโจนส์ปิดพุ่ง 1,627.46 จุด รับความหวังสถานการณ์โควิด-19 ใกล้ถึงจุดสูงสุด

ข่าวหุ้น-การเงิน Tuesday April 7, 2020 06:54 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดทะยานขึ้นกว่า 1,600 จุดเมื่อคืนนี้ (6 เม.ย.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากการที่นักลงทุนมีความหวังว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ใกล้จะถึงจุดสูงสุด หลังจากข้อมูลเผยให้เห็นว่า จำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ในสหรัฐและหลายประเทศในยุโรป ชะลอตัวลงในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 22,679.99 จุด พุ่งขึ้น 1,627.46 จุด หรือ +7.73% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,663.68 จุด เพิ่มขึ้น 175.03 จุด หรือ +7.03% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,913.24 จุด เพิ่มขึ้น 540.15 จุด หรือ +7.33%

ดัชนีดาวโจนส์, ดัชนี S&P500 และดัชนี Nasdaq ต่างก็ปิดพุ่งขึ้นกว่า 7% เมื่อคืนนี้ หลังจากข้อมูลในช่วงสุดสัปดาห์เผยให้เห็นว่า ผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐเพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอตัวลงแตะ 8.2% จาก 12.3% นอกจากนี้ รายงานระบุว่า ยอดผู้เสียชีวิตในรัฐนิวยอร์กเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา อยู่ที่ 594 ราย น้อยกว่าตัวเลขในวันเสาร์ซึ่งอยู่ที่ 630 ราย และนับเป็นครั้งแรกที่ยอดผู้เสียชีวิตในรัฐนิวยอร์กปรับตัวลดลง

ส่วนสถานการณ์ในยุโรปก็ดูเหมือนว่าจะดีขึ้นเช่นกัน โดยอิตาลีมีผู้เสียชีวิตน้อยที่สุดในรอบกว่าสองสัปดาห์ ด้านสเปนมีผู้เสียชีวิตลดลงเป็นวันที่สามติดต่อกัน ส่วนฝรั่งเศสรายงานจำนวนผู้เสียชีวิตน้อยที่สุดในรอบห้าวัน

หุ้นของบริษัททั้ง 30 แห่งที่ใช้เป็นหลักทรัพย์ในการคำนวณดัชนีดาวโจนส์ปิดพุ่งขึ้นทั้งหมด ซึ่งรวมถึงหุ้นโบอิ้ง ทะยานขึ้น 19.7% หุ้นแอปเปิล พุ่งขึ้น 8.7% หุ้นจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน บวก 4.17% หุ้นโกลด์แมน แซคส์ บวก 7.5% หุ้นซิสโก ซิสเต็มส์ บวก 6.07% หุ้นแคทเธอร์พิลลาร์ พุ่งขึ้น 5.12% หุ้นเชฟรอน พุ่งขึ้น 7.06% หุ้นไฟเซอร์ บวก 2.7% หุ้นไมโครซอฟท์ พุ่งขึ้น 7.4%

หุ้นเจพีมอร์แกน เชส แอนด์ โค พุ่งขึ้น 6.4% หลังจากนายเจมี ไดมอน ซีอีโอของเจพีมอร์แกนได้ระบุในจดหมายที่ส่งถึงกลุ่มผู้ถือหุ้นว่า เจพีมอร์แกนมีฐานเงินทุนที้เพียงพอในการรับมือกับสถานการณ์ที่อาจจะถึงขั้นเลวร้ายที่สุด

หุ้นคาร์นิวัล คอร์ป ซึ่งเป็นผู้ประกอบการเรือสำราญรายใหญ่ พุ่งขึ้น 20% หลังจากกองทุน Public Investment Fund ในซาอุดีอาระเบียได้เข้าซื้อหุ้นจำนวน 8.2% ในบริษัทคาร์นิวัล ซึ่งจะทำให้กองทุนแห่งนี้เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับสาม

นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ ซึ่งได้แก่ ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) เดือนก.พ., รายงานการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนมี.ค., ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนเม.ย.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน, สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนก.พ. และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนมี.ค.


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ