ดาวโจนส์พลิกดีดบวก หลังร่วงช่วงแรก จับตาถ้อยแถลง"พาวเวล"

ข่าวหุ้น-การเงิน Tuesday September 22, 2020 21:47 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดัชนีดาวโจนส์พลิกดีดตัวสู่แดนบวก หลังจากร่วงลงในช่วงแรก ขณะที่นักลงทุนจับตาถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ต่อสภาคองเกรสในวันนี้

ณ เวลา 21.37 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์อยู่ที่ 27,201.14 จุด บวก 53.44 จุด หรือ 0.2%

นักลงทุนจับตานายพาวเวล และนายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ซึ่งจะกล่าวชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐในวันนี้เกี่ยวกับการดำเนินการของเฟดและรัฐบาลสหรัฐในการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

สื่อเผยแพร่ร่างแถลงการณ์ของนายพาวเวลก่อนการแถลงในวันนี้ โดยระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐกำลังฟื้นตัว แต่อาจจะต้องใช้เวลาอีกนานกว่าที่จะฟื้นตัวอย่างเต็มที่จากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

"มีสัญญาณหลายอย่างบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว แต่ทั้งตัวเลขการจ้างงานและกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่าก่อนช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 และทิศทางเศรษฐกิจในวันข้างหน้ายังคงมีความไม่แน่นอนสูงมาก" ร่างแถลงการณ์ระบุ

นอกจากนี้ เฟดยังคงมุ่งมั่นที่จะใช้เครื่องมือทั้งหมดที่มีอยู่เพื่อพยุงเศรษฐกิจสหรัฐให้ฟื้นตัวจากผลกระทบของโควิด-19 ที่แพร่ระบาดในขณะนี้ และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่า เครื่องมือเหล่านี้จะช่วยให้เศรษฐกิจสามารถฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง และลดความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจ

ร่างแถลงการณ์ยังระบุด้วยว่า นายพาวเวลได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการใช้นโยบายทั้งในด้านการเงินและการคลัง เพื่อป้องกันไม่ให้การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจในระยะยาว

ช่วงบวกของดัชนีดาวโจนส์ถูกจำกัดจากความวิตกเกี่ยวกับการใช้มาตรการล็อกดาวน์ครั้งใหม่ในยุโรปเพื่อสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งอาจกระทบต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ

นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ กล่าวต่อรัฐสภาอังกฤษในวันนี้ว่า อังกฤษกำลังถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญ ซึ่งเขาจะต้องดำเนินการในขณะนี้เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

อย่างไรก็ดี นายจอห์นสันปฏิเสธที่จะประกาศมาตรการล็อกดาวน์ทั่วประเทศอย่างเต็มรูปแบบเป็นครั้งที่ 2 เหมือนที่เคยดำเนินการในเดือนมี.ค.

"เรากำลังทำการตัดสินใจ และใช้มาตรการที่เหมาะสม เพื่อสร้างความสมดุลต่อการรักษาชีวิตประชาชน รวมทั้งปกป้องการจ้างงานและการดำเนินชีวิตของประชาชน" นายจอห์นสันกล่าว

ในการแถลงต่อรัฐสภาในวันนี้ นายจอห์นสันได้กล่าวถึงมาตรการที่รัฐบาลแนะนำให้ประชาชนปฏิบัติเพื่อสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งได้แก่ การให้ประชาชนทำงานจากที่บ้าน หากสามารถทำได้, ผับและร้านอาหารจะต้องปิดร้านตั้งแต่เวลา 22.00 น. โดยเริ่มตั้งแต่วันพฤหัสบดีนี้, ประชาชนห้ามรวมกลุ่มกันมากกว่า 6 คน, มีการกำหนดสถานที่มากขึ้นที่บังคับให้ประชาชนจะต้องสวมหน้ากากอนามัย และมีการกำหนดบทลงโทษสำหรับภาคธุรกิจและประชาชนที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐบาล

นายจอห์นสันยังเตือนว่ารัฐบาลจะบังคับใช้มาตรการดังกล่าวเป็นเวลา 6 เดือน หากยังไม่มีความคืบหน้าใหม่ๆในด้านการพัฒนาวัคซีนต้านโควิด-19 และรัฐบาลจะใช้มาตรการที่เข้มงวดขึ้น หากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น

นอกจากนี้ ตลาดยังมีความวิตกต่อความขัดแย้งระหว่างสภาคองเกรสและทำเนียบขาวในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหม่ รวมทั้งรายงานซึ่งระบุว่า ธนาคารขนาดใหญ่หลายแห่งมีส่วนเกี่ยวข้องในการทำธุรกรรมทางการเงินที่ผิดกฎหมาย และการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ยืนยันว่าจะไม่อนุมัติการขายกิจการของติ๊กต็อก (TikTok) ให้แก่ออราเคิล คอร์ป และวอลมาร์ท อิงค์ หากไบต์แดนซ์ (ByteDance) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของติ๊กต็อกยังคงถือหุ้นส่วนใหญ่

ส่วนการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐในวันนี้ สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) เปิดเผยว่า ยอดขายบ้านมือสองเพิ่มขึ้น 2.4% ในเดือนส.ค. หลังจากพุ่งขึ้น 24.7% ในเดือนก.ค. ซึ่งเป็นการทะยานขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่ที่มีการรวบรวมข้อมูลในปี 2511

เมื่อเทียบรายปี ยอดขายบ้านมือสองเพิ่มขึ้น 10.5% ในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นการดีดตัวขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค.2549

การเพิ่มขึ้นของยอดขายบ้านในเดือนส.ค.ได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ในตลาด, สต็อกบ้านที่ลดลง, อัตราดอกเบี้ยจำนองในระดับต่ำ และราคาบ้านที่ดีดตัวขึ้น


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ