ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์กดาวโจนส์ปิดลบ 167.09 จุด กังวลยอดค้าปลีกสหรัฐซบเซา

ข่าวหุ้น-การเงิน Wednesday November 18, 2020 06:46 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (17 พ.ย.) โดยตลาดถูกกดดันจากรายงานยอดค้าปลีกที่ซบเซาของสหรัฐ รวมทั้งความกังวลที่ว่า การแพร่ระบาดอย่างหนักของไวรัสโควิด-19 อาจทำให้สหรัฐต้องกลับไปใช้มาตรการล็อกดาวน์อีกครั้ง

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 29,783.35 จุด ลดลง 167.09 จุด หรือ -0.56% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,609.53 จุด ลดลง 17.38 จุด หรือ -0.48% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,899.34 จุด ลดลง 24.79 จุด หรือ -0.21%

ตลาดหุ้นนิวยอร์กปรับตัวลงหลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกเดือนต.ค.ขยับขึ้นเพียง 0.3% ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.5% หลังจากพุ่งขึ้น 1.6% ในเดือนก.ย. โดยยอดค้าปลีกเดือนต.ค.ขยายตัวน้อยที่สุดในรอบ 6 เดือน เนื่องจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และจากการที่ภาคครัวเรือนมีรายได้ลดลง เนื่องจากชาวอเมริกันจำนวนมากประสบภาวะตกงาน

นักวิเคราะห์จากบริษัทโนวาพอยท์ ในเมืองแอตแลนตา กล่าวว่า การชะลอตัวของยอดค้าปลีกซึ่งเป็นมาตรวัดการใช้จ่ายของผู้บริโภค รวมทั้งความกังวลที่ว่าสหรัฐอาจใช้มาตรการล็อกดาวน์หลังจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนั้น ได้บดบังปัจจัยบวกจากข่าวความคืบหน้าในการพัฒนาวัคซีนของบริษัทโมเดอร์นาและไฟเซอร์ โดยข้อมูลล่าสุดระบุว่า สหรัฐยังคงติดอันดับ 1 ของโลกทั้งจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิต โดยมีจำนวนผู้ติดเชื้อมากกว่า 11.5 ล้านราย และเสียชีวิตมากกว่า 252,000 ราย

ทั้งนี้ การชะลอตัวของยอดค้าปลีกเดือนต.ค.สหรัฐได้ฉุดหุ้นกลุ่มค้าปลีกร่วงลง แม้ว่าบริษัทค้าปลีกรายใหญ่อย่างวอลมาร์ท และโฮมดีโปท์ จะเปิดเผยผลประกอบการที่ดีเกินคาดในไตรมาส 3 ก็ตาม โดยหุ้นวอลมาร์ท ร่วงลง 2.17% หุ้นโฮมดีโปท์ ดิ่งลง 2.68% หุ้นเบด บาธ แอนด์ บียอนด์ ร่วงลง 2.04% หุ้นทาร์เก็ต ลดลง 1.26% หุ้นโลว์ส ร่วงลง 1.32%

หุ้นกลุ่มธุรกิจเครือข่ายร้านขายยาร่วงลง หลังจากแอมะซอนเปิดเผยว่า ทางบริษัทจะให้บริการเดลิเวอรี่ยาแก่สมาชิก Prime โดยหุ้นวอลกรีนส์ บู้ทส์ อัลลิอันซ์ ร่วงลง 9.63% หุ้นซีวีเอส เฮลธ์ ร่วงลง 8.63% หุ้นไรท์ เอด ทรุดตัวลง 16.20% ขณะที่หุ้นแอมะซอนปิดตลาดขยับขึ้น 0.15%

อย่างไรก็ดี หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้นตามทิศทางราคาน้ำมัน WTI โดยหุ้นเอ็กซอน โมบิล พุ่งขึ้น 1.34% หุ้นอ็อคซิเดนเชียล ปิโตรเลียม เพิ่มขึ้น 2.28% หุ้นเดวอน เอนเนอร์จี ทะยานขึ้น 4.63% หุ้นฮัลลิเบอร์ตัน พุ่งขึ้น 2.26%

หุ้นเทสลา พุ่งขึ้น 8.21% หลังบริษัท S&P Dow Jones Indices LLC ซึ่งเป็นผู้จัดทำดัชนีตลาดหุ้นนิวยอร์ก ออกแถลงการณ์ระบุว่า หุ้นของบริษัทเทสลาจะถูกรวมในการคำนวณดัชนี S&P 500 ในวันที่ 21 ธ.ค.

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นๆของสหรัฐที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ สมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) ของสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านปรับตัวขึ้น 5 จุด สู่ระดับ 90 ในเดือนพ.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ทางด้านกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเพิ่มขึ้น 0.7% ในเดือนก.ย. โดยเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.6% หลังจากเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนส.ค.

ส่วนข้อมูลเศษฐกิจสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้างเดือนต.ค., จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดัชนีการผลิตเดือนพ.ย.จากเฟดฟิลาเดลเฟีย, ยอดขายบ้านมือสองเดือนต.ค. และดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือนต.ค.จาก Conference Board


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ