สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพฤหัสบดี (28 ส.ค.) โดยถูกกดดันจากกระแสคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีแนวโน้มสูงที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย. หลังจากจอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟดสาขานิวยอร์กส่งสัญญาณว่าเฟดอาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย
ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.43% แตะที่ระดับ 97.814
ดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยนที่ระดับ 146.82 เยน จากระดับ 147.39 เยนในวันพุธ (27 ส.ค.) ขณะเดียวกันก็อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.8012 ฟรังก์ จากระดับ 0.8025 ฟรังก์ และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3747 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3794 ดอลลาร์แคนาดา
ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1689 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1632 ดอลลาร์ในวันพุธ ส่วนเงินปอนด์แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.3516 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3497 ดอลลาร์
วิลเลียมส์เปิดเผยกับสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นบีซีเมื่อวันพุธว่า อัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มปรับตัวลง แต่ผู้กำหนดนโยบายจะต้องรอดูข้อมูลเศรษฐกิจที่กำลังจะออกมา ก่อนตัดสินใจว่าควรลดดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 16-17 ก.ย. นี้ หรือไม่
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของประธานเฟดสาขานิวยอร์กทำให้นักลงทุนให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นเป็น 85% ต่อการคาดการณ์ที่ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ในการประชุมครั้งนี้
นอกจากนี้ ดอลลาร์ยังถูกกดดันจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับความเป็นอิสระของเฟด หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งปลดลิซา คุก สมาชิกคณะกรรมการผู้ว่าการเฟด หลังได้รับข้อมูลจากผู้อำนวยการสำนักงานการเงินเพื่อการเคหะของรัฐบาลสหรัฐฯ (FHFA) ว่า ลิซา คุกมีพฤติกรรมฉ้อโกงด้วยการให้ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับการกู้เงินเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย
ล่าสุด คุกได้ยื่นฟ้องต่อศาล เพื่อให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวจากคำสั่งของปธน.ทรัมป์ในระหว่างที่คดีกำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณา ขณะที่ผู้พิพากษา เจีย คอบบ์ ได้กำหนดการไต่สวนคำร้องของคุกในวันนี้ (29 ส.ค.) เวลา 21.00 น.ตามเวลาไทย
ปธน.ทรัมป์กล่าวเมื่อไม่นานมานี้ว่า เขาจะมีเสียงข้างมากในคณะกรรมการผู้ว่าการเฟดในไม่ช้า ซึ่งจะสนับสนุนความต้องการของเขาในการปรับลดอัตราดอกเบี้ย
นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ของสหรัฐฯ ในวันนี้ เพื่อประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าดัชนี PCE จะเพิ่มขึ้น 2.6% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่ปรับตัวขึ้น 2.6% เช่นกันในเดือนมิ.ย. และคาดว่าดัชนี PCE พื้นฐาน (Core PCE) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะขึ้น 2.9% ในเดือนก.ค. หลังจากปรับตัวขึ้น 2.8% ในเดือนมิ.ย.
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานเมื่อคืนนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 5,000 ราย สู่ระดับ 229,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 231,000 ราย
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 2 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 2/2568 โดยระบุว่า GDP ขยายตัว 3.3% สูงกว่าตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 ที่ระดับ 3.0% และดีกว่ามากเมื่อเทียบกับการหดตัว 0.5% ในไตรมาส 1/2568 ซึ่งเป็นการหดตัวครั้งแรกในรอบ 3 ปี