เอริก ทรัมป์ บุตรชายคนที่สองของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ แสดงความเห็นในการประชุมที่ฮ่องกงเมื่อวันศุกร์ (29 ส.ค.) ว่า บิตคอยน์มีโอกาสแตะระดับ 1 ล้านดอลลาร์ภายในไม่กี่ปีข้างหน้า โดยชี้ถึงความต้องการจากนักลงทุนสถาบันที่เพิ่มสูงขึ้นและอุปทานที่จำกัด
บิตคอยน์ปรับตัวขึ้นมาแล้วราว 18% นับตั้งแต่ต้นปี แม้ยังอยู่ห่างจากเป้าหมาย 1 ล้านดอลลาร์ โดยเคยขึ้นไปทำสถิติสูงสุดที่ 124,480 ดอลลาร์ในช่วงกลางเดือนส.ค. จากแรงหนุนของกฎเกณฑ์ที่เอื้อต่อคริปโทเคอร์เรนซีภายใต้รัฐบาลทรัมป์ รวมทั้งกระแสความต้องการจากนักลงทุนสถาบัน ก่อนอ่อนตัวลงมาเคลื่อนไหวแถวระดับ 110,000 ดอลลาร์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
แม้จีนแผ่นดินใหญ่ยังคงห้ามการซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซี แต่สื่อต่างประเทศเปิดเผยเมื่อสัปดาห์ก่อนว่ารัฐบาลจีนกำลังพิจารณาการออกสเตเบิลคอยน์ที่หนุนด้วยเงินหยวนเพื่อผลักดันการใช้งานในระดับโลก ขณะเดียวกัน ฮ่องกงได้ออกกฎหมายรองรับสเตเบิลคอยน์เมื่อเดือนพ.ค. เพื่อแข่งขันกับสหรัฐฯ และประเทศอื่นในภูมิภาคในการก้าวขึ้นสู่ศูนย์กลางสินทรัพย์ดิจิทัลโลก
เมื่อถูกถามถึงความเป็นไปได้ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนจะหยิบยกประเด็นคริปโทเคอร์เรนซีขึ้นหารือกันหรือไม่นั้น เอริก ทรัมป์ระบุว่า ทั้งสองประเทศมีความเข้าใจเรื่องสกุลเงินดิจิทัลดีกว่าชาติใด ๆ
เอริก ทรัมป์ ในฐานะรองประธานบริหารของทรัมป์ออร์แกไนเซชัน กล่าวเสริมว่า ชุมชนบิตคอยน์เคยสนับสนุนบิดาของเขาในการเลือกตั้งจนได้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เป็นสมัยที่สอง และครอบครัวทรัมป์หวังว่าการสนับสนุนดังกล่าวจะได้รับผลตอบแทนกลับมา เพราะเชื่อมั่นและมีความรักต่อชุมชนนี้
ตลอดช่วงปีที่ผ่านมา ครอบครัวทรัมป์ได้ขยายการลงทุนเข้าสู่ธุรกิจคริปโทเคอร์เรนซีหลายด้าน ตั้งแต่แพลตฟอร์มซื้อขายแลกเปลี่ยน สเตเบิลคอยน์ การทำเหมืองบิตคอยน์ ไปจนถึงกองทุน ETF สินทรัพย์ดิจิทัล โดยล่าสุดบริษัทเหมืองบิตคอยน์ที่ได้รับการสนับสนุนจากเอริก ทรัมป์ และโดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ เตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาด Nasdaq ในเดือนหน้า
ขณะเดียวกัน ฉางเผิง จ้าว ผู้ก่อตั้งไบแนนซ์ (Binance) กล่าวบนเวทีเสวนาของงานประชุมว่า สหรัฐฯ กำลังเป็นผู้นำด้านกฎเกณฑ์เชิงรุกที่ทำให้รัฐบาลประเทศอื่นจำเป็นต้องเร่งดำเนินการตาม