ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันจันทร์ (12 ม.ค.) หลังจากรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เปิดการสอบสวนทางอาญาต่อเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความเป็นอิสระของเฟด
ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.27% แตะที่ 98.862
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.7970 ฟรังก์ จากระดับ 0.8010 ฟรังก์ และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3871 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3910 ดอลลาร์แคนาดา แต่ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 158.14 เยน จากระดับ 157.88 เยน
ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1672 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1635 ดอลลาร์ ส่วนเงินปอนด์แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.3466 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3407 ดอลลาร์
พาวเวลแถลงผ่านทางวิดีโอเมื่อช่วงค่ำวันอาทิตย์ (11 ม.ค.) ตามเวลาสหรัฐฯ ยืนยันว่า อัยการของรัฐบาลกลางได้เปิดการสอบสวนทางอาญาที่เกี่ยวข้องกับคำให้การของเขาต่อคณะกรรมการการธนาคารแห่งวุฒิสภา ในประเด็นเรื่องการปรับปรุงอาคารสำนักงานใหญ่ของเฟด ซึ่งใช้งบประมาณจำนวนมาก
ทั้งนี้ พาวเวลกล่าวว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นเพียงข้ออ้างเพื่อปลดเขาออกจากตำแหน่ง และการสอบสวนครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งในความพยายามของปธน.ทรัมป์ ที่จะเข้ามามีอิทธิพลต่อการดำเนินนโยบายการเงินของเฟด
ปธน.ทรัมป์ได้นำประเด็นค่าใช้จ่ายที่บานปลายในการปรับปรุงอาคารสำนักงานใหญ่ของเฟด มาเป็นเครื่องมือโจมตีพาวเวลอย่างหนัก รวมทั้งขู่ที่จะปลดเขาออกจากตำแหน่งประธานเฟด นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ได้วิพากษ์วิจารณ์พาวเวลมาอย่างยาวนาน โดยกล่าวว่าเฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยล่าช้าเมื่อเทียบกับธนาคารกลางแห่งอื่น ๆ โดยเฉพาะในยุโรป
วาระการดำรงตำแหน่งของพาวเวลจะหมดลงในเดือนพ.ค.นี้ ขณะที่สำนักข่าว Fox News รายงานว่า ปธน.ทรัมป์เตรียมสัมภาษณ์ ริก รีเดอร์ ผู้จัดการการลงทุนตราสารหนี้จากบริษัทแบล็คร็อค (BlackRock) สำหรับตำแหน่งประธานเฟด ในวันพฤหัสบดีนี้
รีเดอร์เป็นหนึ่งในผู้เข้ารอบ 4 คนสุดท้ายที่มีแนวโน้มเข้ารับตำแหน่งประธานเฟดต่อจากพาวเวล ส่วนอีก 3 คน ได้แก่ คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ สมาชิกคณะกรรมการผู้ว่าการเฟด, เควิน วอร์ช อดีตผู้ว่าการเฟด และเควิน แฮสเซตต์ ที่ปรึกษาของปธน.ทรัมป์
นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ในวันนี้ (13 ม.ค.) เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด ด้านนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ดัชนี CPI จะปรับตัวขึ้น 2.7% ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบรายปี หลังจากปรับตัวขึ้น 2.7% เช่นกันในเดือนพ.ย. และคาดว่าดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะเพิ่มขึ้น 2.7% ในเดือนธ.ค. หลังจากปรับตัวขึ้น 2.6% ในเดือนพ.ย.