ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลลาร์อ่อนค่า จับตาประชุมเฟด-อเมริกาเสี่ยงชัตดาวน์รอบใหม่

ข่าวต่างประเทศ Tuesday January 27, 2026 07:19 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันจันทร์ (26 ม.ค.) ขณะที่นักลงทุนจับตาการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในสัปดาห์นี้ รวมทั้งความเป็นไปได้ที่ทางการสหรัฐฯ และญี่ปุ่น จะร่วมมือกันในการแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตรา

ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.57% แตะที่ 97.035

ดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 154.18 เยน จากระดับ 156.14 เยนในวันศุกร์ (23 ม.ค.) และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.7768 ฟรังก์ จากระดับ 0.7858 ฟรังก์ แต่ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.372 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3718 ดอลลาร์แคนาดา

ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1875 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1789 ดอลลาร์ในวันจันทร์ ส่วนเงินปอนด์แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.3679 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3605 ดอลลาร์

ดอลลาร์อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง โดยดัชนีดอลลาร์ร่วงลง 1.9% ในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นการปรับตัวลงรายสัปดาห์มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2568 หลังนักลงทุนกลับมาใช้กลยุทธ์ขายสินทรัพย์สหรัฐอีกครั้ง หรือ Sell America หลังจากที่เคยเกิดขึ้นจากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศใช้มาตรการภาษีศุลกากรครั้งใหญ่ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา

นักลงทุนจับตาความเป็นไปได้ที่ทางการสหรัฐฯ และญี่ปุ่น จะร่วมมือกันในการแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตรา หลังจากมีรายงานว่า เฟดสาขานิวยอร์กได้ดำเนินการตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยน หรือ Rate Check กับธนาคารรายใหญ่ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (23 ม.ค.) โดยมีการสอบถามความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์และเยน ซึ่งโดยทั่วไปถูกมองว่าเป็นสัญญาณที่อาจเกิดขึ้นก่อนการเข้าแทรกแซงตลาด

ด้านอัตสึชิ มิมูระ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังฝ่ายกิจการระหว่างประเทศของญี่ปุ่น ได้ปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยกล่าวเพียงว่าทางการญี่ปุ่นจะตอบสนองต่อความเคลื่อนไหวในตลาดปริวรรตเงินตราต่างประเทศอย่างเหมาะสมตามความจำเป็น โดยประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสหรัฐฯ

ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาการประชุมเฟดในวันที่ 27-28 ม.ค. โดยคาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมครั้งนี้ และคาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้

นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาความเสี่ยงที่สหรัฐฯ อาจเผชิญภาวะการปิดหน่วยงานรัฐบาล หรือชัตดาวน์ ภายในปลายสัปดาห์นี้ หลังเกิดกระแสความไม่พอใจอย่างรุนแรงจากเหตุเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของรัฐบาลกลาง (ICE) ยิงอเล็กซ์ เพรตติ เสียชีวิตในรัฐมินนิโซตา ซึ่งเป็นเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันครั้งที่สองในเดือนนี้

ทั้งนี้ วุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครตจำนวนมากเตือนว่า พวกเขาจะไม่ลงคะแนนสนับสนุนงบประมาณวงเงิน 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ เพื่อใช้ในการดำเนินงานของรัฐบาลกลาง หากร่างกฎหมายดังกล่าวมีการรวมงบประมาณของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) ซึ่งกำกับดูแลการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการตรวจคนเข้าเมือง

สภาผู้แทนราษฎรได้ผ่านร่างกฎหมายงบประมาณดังกล่าวไปแล้วเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา แต่หากวุฒิสภาไม่อนุมัติร่างกฎหมายนี้ภายในวันศุกร์ที่ 30 ม.ค. รัฐบาลสหรัฐจะเผชิญภาวะชัตดาวน์อีกครั้ง หลังจากเผชิญภาวะชัตดาวน์ครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 1 ต.ค.-12 พ.ย.2568 เป็นเวลา 43 วัน ซึ่งยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ

ร่างกฎหมายงบประมาณดังกล่าวต้องการเสียงสนับสนุนอย่างน้อย 60 เสียง เพื่อผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภา โดยพรรครีพับลิกันมีเสียงข้างมากในวุฒิสภาเพียง 53 ต่อ 47 เสียง ซึ่งหมายความว่าพรรครีพับลิกันจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากพรรคเดโมแครต


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ