ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลลาร์อ่อนค่า กังวลชัตดาวน์ทำสหรัฐฯ เลื่อนเปิดเผยข้อมูลสำคัญ

ข่าวต่างประเทศ Wednesday February 4, 2026 07:13 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันอังคาร (3 ก.พ.) ท่ามกลางความวิตกกังวลว่า การที่หน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐฯ ถูกชัตดาวน์บางส่วนนั้น กำลังส่งผลกระทบต่อการรายงานข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญ ซึ่งรวมถึงข้อมูลแรงงาน

ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.21% แตะที่ 97.434

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.7756 ฟรังก์ จากระดับ 0.7809 ฟรังก์ในวันจันทร์ (2 ก.พ.) และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดาดา ที่ระดับ 1.3644 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3698 ดอลลาร์แคนาดา แต่ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 155.77 เยน จากระดับ 155.71 เยน

ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1811 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1783 ดอลลาร์ในวันจันทร์ ส่วนเงินปอนด์แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.3684 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3651 ดอลลาร์

สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ (BLS) ออกแถลงการณ์ระบุว่า BLS ไม่มีการเผยแพร่ผลสำรวจการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) ในวันอังคารที่ 3 ก.พ. อันเนื่องจากการปิดหน่วยงานรัฐบาลถูกชัตดาวน์บางส่วน

นอกจากนี้ รายงานตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนม.ค. ซึ่งมีกำหนดเผยแพร่ในวันศุกร์ที่ 6 ก.พ.นี้ ก็จะถูกเลื่อนออกไปเช่นกัน

เอมิลี ลิดเดลล์ รองกรรมาธิการของ BLS ระบุในแถลงการณ์ว่า "รายงานสถานการณ์การจ้างงานประจำเดือนม.ค. 2569 จะไม่ถูกเผยแพร่ตามกำหนดในวันศุกร์ที่ 6 ก.พ. 2569 โดยจะมีการกำหนดวันเผยแพร่ใหม่อีกครั้งเมื่อรัฐบาลได้รับการจัดสรรงบประมาณตามปกติ

ทั้งนี้ BLS ยังเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบในการเผยแพร่ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญอื่น ๆ อีกหลายรายการ เช่น ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI), ตัวเลขนำเข้าและส่งออก รวมทั้งข้อมูลเกี่ยวกับแรงงานและผู้บริโภคในด้านต่าง ๆ

ความวิตกกังวลเกี่ยวกับความล่าช้าในการเปิดเผยข้อมูลสำคัญของสหรัฐฯ ได้สร้างแรงกดดันต่อสกุลเงินดอลลาร์ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นขานรับรายงานของสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐฯ (ISM) ซึ่งระบุว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของสหรัฐฯ พุ่งขึ้นสู่ระดับ 52.6 ในเดือนม.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.2565 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 48.5 จากระดับ 47.9 ในเดือนธ.ค.

ดัชนีปรับตัวสูงกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ภาวะขยายตัวของภาคการผลิตสหรัฐฯ โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของคำสั่งซื้อใหม่และการจ้างงาน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ