ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์แข็งค่าเทียบยูโรและปอนด์ หลัง ECB-BoE คงดอกเบี้ย

ข่าวต่างประเทศ Friday February 6, 2026 07:04 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับยูโรและปอนด์ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพฤหัสบดี (5 ก.พ.) หลังธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมล่าสุด

ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.21% แตะที่ 97.824

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 156.9 เยน จากระดับ 156.82 เยนในวันพุธ (4 ก.พ.) ขณะเดียวกันก็แข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.7774 ฟรังก์ จากระดับ 0.7766 ฟรังก์ และแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3682 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3668 ดอลลาร์แคนาดา

ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1794 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1809 ดอลลาร์ในวันพุธ ส่วนเงินปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.3549 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3663 ดอลลาร์

คณะกรรมการนโยบายการเงิน (MPC) ของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) มีมติด้วยคะแนนเสียง 5-4 ในการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 3.75% ในการประชุมเมื่อวานนี้ โดยกรรมการ MPC จำนวน 5 รายมีมติคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ ขณะที่ 4 รายมีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25%

ด้านธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเมื่อวานนี้เช่นกัน ซึ่งเป็นการคงอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 5 ติดต่อกัน

การคงอัตราดอกเบี้ยการประชุมล่าสุดนี้ ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากอยู่ที่ระดับ 2.00% ขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้อยู่ที่ระดับ 2.40% ส่วนอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์อยู่ที่ระดับ 2.15%

ดอยซ์แบงก์คาดการณ์ว่า ECB จะคงอัตราดอกเบี้ยตลอดทั้งปีนี้ ก่อนที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีหน้า อย่างไรก็ดี ดอยซ์แบงก์คาดว่า ECB ยังคงมีโอกาสปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ หากเผชิญการแข็งค่าของยูโร ซึ่งจะกระทบต่อความสามารถในการส่งออกของยูโรโซน

นอกจากนี้ หากเศรษฐกิจยูโรโซนทรุดตัวลงเกินคาด หรือเงินเฟ้อชะลอตัวลงมากกว่าคาด ก็อาจเป็นปัจจัยสนับสนุนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ ECB ในปีนี้

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่มีการรายงานล่าสุด สำนักงานสถิติของกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยผลสำรวจการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) พบว่า ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ซึ่งเป็นมาตรวัดอุปสงค์ในตลาดแรงงาน ลดลง 386,000 ตำแหน่ง สู่ระดับ 6.54 ล้านตำแหน่งในเดือนธ.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย. 2563 และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 7.20 ล้านตำแหน่ง จากระดับ 6.92 ล้านตำแหน่งในเดือนพ.ย.

นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก เพิ่มขึ้น 22,000 ราย สู่ระดับ 231,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค. 2568 และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 212,000 ราย โดยการเพิ่มขึ้นของตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานมีสาเหตุจากสภาพอากาศหนาวเย็นในสหรัฐฯ


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ