ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันอังคาร (24 ก.พ.) ขานรับถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งสนับสนุนให้เฟดชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ย
ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.14% แตะที่ 97.844
ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 155.78 เยน จากระดับ 154.62 เยนในวันจันทร์ (23 ก.พ.) และแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3704 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3696 ดอลลาร์แคนาดา แต่ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.7735 ฟรังก์ จากระดับ 0.7744 ฟรังก์
ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1779 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1792 ดอลลาร์ในวันจันทร์ ส่วนเงินปอนด์แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.3502 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3490 ดอลลาร์
ดอลลาร์แข็งค่าขานรับความเห็นของเจ้าหน้าที่เฟด โดยออสแตน กูลส์บี ประธานเฟดสาขาชิคาโกกล่าวว่า เฟดยังไม่ควรปรับลดอัตราดอกเบี้ย จนกว่าจะมีหลักฐานแสดงว่าเงินเฟ้อกำลังปรับตัวลงอย่างชัดเจน
"ผู้กำหนดนโยบายเคยพลาดมาแล้วจากการคิดว่าเงินเฟ้อเป็นปรากฏการณ์เพียงชั่วคราว และไม่ควรทำผิดซ้ำอีก ผมคิดว่าการเร่งลดดอกเบี้ยมากเกินไปในสถานการณ์เช่นนี้ เป็นการดำเนินการที่ไม่รอบคอบ ประชาชนแสดงความกังวลอันดับหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องราคา ซึ่งเราควรให้ความสำคัญ โดยก่อนที่เราจะลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เราควรมั่นใจว่าเงินเฟ้อกำลังกลับสู่ 2% จริง ๆ" กูลส์บีกล่าว และเสริมว่า ดัชนีชี้วัดล่าสุดแสดงว่าเงินเฟ้อได้ปรับตัวลงจากระดับสูงสุดแล้ว แต่ยังคงสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของเฟด
คำกล่าวของกูลส์บี สอดคล้องกับคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ สมาชิกคณะกรรมการผู้ว่าการเฟดซึ่งแสดงท่าทีระมัดระวังเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเช่นกัน โดยวอลเลอร์กล่าวว่า ข้อมูลล่าสุดบ่งชี้ว่าตลาดแรงงานอาจแข็งแกร่งกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งจะลดความจำเป็นในการปรับลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม
ส่วนเงินเยนอ่อนค่าลง หลังจากหนังสือพิมพ์ The Mainichi รายงานว่า ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น แสดงความกังวลต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ระหว่างการหารือกับคาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
The Mainichi ระบุว่า นายกรัฐมนตรีทาคาอิจิมีท่าทีแข็งกร้าวมากขึ้น เมื่อเทียบกับการพบกันของทั้งสองก่อนหน้านี้ในเดือนพ.ย. 2568 ซึ่งในการประชุมครั้งนั้น อุเอดะบอกกับทาคาอิจิว่า BOJ กำลังทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อควบคุมเงินเฟ้อให้ไปสู่เป้าหมาย 2% อย่างราบรื่น และเพื่อให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างยั่งยืน
รายงานดังกล่าวเป็นการส่งสัญญาณความขัดแย้งเกี่ยวกับนโยบายการเงินระหว่างรัฐบาลญี่ปุ่นและ BOJ ซึ่งอาจทำให้ตารางเวลาการดำเนินนโยบายของ BOJ มีความซับซ้อนมากขึ้น