ดอลลาร์แข็งค่า เก็งเฟดคงดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมี.ค.

ข่าวต่างประเทศ Thursday February 26, 2026 21:40 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดอลลาร์แข็งค่าเทียบสกุลเงินหลัก ขณะที่นักลงทุนคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมี.ค.

ณ เวลา 21.24 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน บวก 0.01% สู่ระดับ 97.709 ขณะที่ดอลลาร์แข็งค่า 0.03% สู่ระดับ 1.181 เทียบยูโร และปรับตัวลง 0.11% สู่ระดับ 156.16 เยน

ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 97.9% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมเดือนมี.ค.

สกุลเงินเยนของญี่ปุ่นดีดตัวขึ้นในวันนี้ หลังร่วงลงติดต่อกัน 2 วัน โดยได้แรงหนุนจากการที่นายคาซูโอะ อูเอดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

หนังสือพิมพ์โยมิอุริรายงานในวันนี้ว่า นายอูเอดะส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระยะใกล้ สวนทางนางซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ซึ่งมีแนวโน้มสนับสนุนการผ่อนคลายนโยบายการเงินและการคลัง

นายอูเอดะกล่าวว่า BOJ จะตรวจสอบข้อมูลเศรษฐกิจในการประชุมเดือนมีนาคมและเมษายนเพื่อตัดสินใจในเรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดย BOJ จะยังคงปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป หากญี่ปุ่นมีความคืบหน้าในการบรรลุเป้าหมายด้านเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ

ทั้งนี้ BOJ คาดว่าเงินเฟ้อพื้นฐานจะแตะเป้าหมาย 2% ในช่วงครึ่งหลังของปีงบประมาณ 2026 จนถึงปีงบประมาณ 2027 และอาจมีการบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อเร็วกว่าที่คาด หากผลการเจรจาค่าจ้างฤดูใบไม้ผลิระหว่างบริษัทและสหภาพแรงงานในปีนี้ออกมาดีกว่าที่คาดไว้

'เราจะมีการประชุมนโยบายการเงินในเดือนมีนาคมและเมษายน ดังนั้นเราต้องการตัดสินใจโดยตรวจสอบข้อมูลที่มีในช่วงเวลานั้น' นายอูเอดะกล่าว เมื่อถูกถามเกี่ยวกับมุมมองของตลาดที่เพิ่มขึ้นว่า BOJ อาจขึ้นดอกเบี้ยในเดือนเมษายน

ทั้งนี้ BOJ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสู่ระดับ 0.75% ในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 30 ปี

เงินเฟ้อของญี่ปุ่นอยู่สูงกว่าเป้าหมาย 2% ของ BOJ มาเกือบ 4 ปีแล้ว และนายอูเอดะส่งสัญญาณถึงความพร้อมในการขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป หากแนวโน้มเศรษฐกิจเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้

นายอูเอดะยังกล่าวว่า BOJ ไม่จำเป็นต้องรอการเผยแพร่ผลสำรวจความเชื่อมั่นธุรกิจรายไตรมาส หรือ "ทังกัน" ในวันที่ 1 เมษายน ก่อนการตัดสินใจเรื่องการขึ้นดอกเบี้ย เนื่องจาก BOJ มีการทำการสำรวจอื่น ๆ อยู่แล้ว

คำกล่าวของนายอูเอดะสะท้อนถึงความพร้อมของ BOJ ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และความต้องการรักษาความคาดหวังของตลาดต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อป้องกันไม่ให้เยนอ่อนค่าลงอีก ซึ่งจะทำให้ต้นทุนการนำเข้าและเงินเฟ้อโดยรวมสูงขึ้น

อย่างไรก็ดี ปัจจัยทางการเมืองอาจส่งผลต่อช่วงเวลาการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ BOJ เนื่องจากนางซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น มีแนวโน้มสนับสนุนการผ่อนคลายนโยบายการเงินและการคลัง

ทั้งนี้ BOJ จะจัดการประชุมนโยบายครั้งต่อไปในวันที่ 18-19 มีนาคม และอีกครั้งในวันที่ 27-28 เมษายน ซึ่งจะมีการเผยแพร่ประมาณการเศรษฐกิจและเงินเฟ้อรายไตรมาสฉบับใหม่

นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า BOJ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสู่ระดับ 1% ภายในสิ้นเดือนมิถุนายน

อย่างไรก็ดี ตลาดลดความคาดหวังต่อการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนเมษายน หลังมีรายงานว่า นางทาคาอิจิแสดงความกังวลเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการพบกับนายอูเอดะเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

เยนอ่อนค่าลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์เมื่อวานนี้ หลังรัฐบาลเสนอชื่อนักวิชาการสายพิราบ 2 รายที่สนับสนุนการปรับลดอัตราดอกเบี้ย และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เข้าสู่คณะกรรมการของ BOJ ซึ่งเพิ่มความไม่แน่นอนต่อแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก เพิ่มขึ้น 4,000 ราย สู่ระดับ 212,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว แต่ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 215,000 ราย

ส่วนตัวเลขค่าเฉลี่ย 4 สัปดาห์ของจำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ซึ่งถือเป็นมาตรวัดตลาดแรงงานที่ดีกว่า เนื่องจากขจัดความผันผวนรายสัปดาห์ เพิ่มขึ้น 750 ราย สู่ระดับ 220,250 ราย

ขณะเดียวกัน กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยังคงขอรับสวัสดิการว่างงานต่อเนื่อง ลดลง 31,000 ราย สู่ระดับ 1.83 ล้านราย

นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิต ประจำเดือนม.ค.ในวันพรุ่งนี้

ทั้งนี้ ผลการสำรวจนักวิเคราะห์คาดว่า ดัชนี PPI ทั่วไป (Headline PPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 2.6% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 3.0% ในเดือนธ.ค.

เมื่อเทียบรายเดือน คาดว่าดัชนี PPI ทั่วไป ปรับตัวขึ้น 0.3% ในเดือนม.ค. จากระดับ 0.5% ในเดือนธ.ค.

ส่วนดัชนี PPI พื้นฐาน (Core PPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน คาดว่าปรับตัวขึ้น 3.0% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 3.3% ในเดือนธ.ค.

เมื่อเทียบรายเดือน คาดว่าดัชนี PPI พื้นฐาน ปรับตัวขึ้น 0.3% ในเดือนม.ค. จากระดับ 0.7% ในเดือนธ.ค.


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ