ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์แข็งค่า นลท.รุกซื้อสกุลเงินปลอดภัย หวั่นสงครามอิหร่านบานปลาย

ข่าวต่างประเทศ Thursday March 12, 2026 07:09 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพุธ (11 มี.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนถือครองดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย ท่ามกลางความกังวลว่าการทำสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล จะส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างมาก ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อ และอาจผลักดันให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.41% แตะที่ 99.231

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 158.89 เยน จากระดับ 157.63 เยนในวันอังคาร (10 มี.ค.) ขณะเดียวกันก็แข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.7799 ฟรังก์ จากระดับ 0.7770 ฟรังก์ และแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3587 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3570 ดอลลาร์แคนาดา

ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1569 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1644 ดอลลาร์ในวันอังคาร ส่วนเงินปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.3407 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3460 ดอลลาร์

นักลงทุนแห่ถือครองสกุลเงินดอลลาร์ ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยอิหร่านยังคงโจมตีเรือที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมกับเตือนว่าจะทำการตอบโต้ครั้งใหญ่หากสหรัฐโจมตีท่าเรือของอิหร่าน

ราคาน้ำมัน WTI พุ่งขึ้นกว่า 4% แม้ทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ประกาศระบายน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์มากถึง 400 ล้านบาร์เรลในวันพุธ เพื่อรับมือกับภาวะชะงักงันของอุปทานน้ำมันที่เกิดจากการทำสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิสราเอล กับอิหร่าน

ทั้งนี้ นักลงทุนกังวลว่า ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นอย่างรุนแรงจะก่อให้เกิดเงินเฟ้อและส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยล่าสุด กองบัญชาการทหารของอิหร่านเตือนว่า ทั่วโลกควรเตรียมรับมือกับราคาน้ำมันดิบที่จะพุ่งขึ้นแตะระดับ 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งสูงกว่าระดับปัจจุบันกว่าสองเท่า

แม้ทางการสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อที่สอดคล้องกับการคาดการณ์ แต่ก็ไม่ได้ทำให้นักลงทุนคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับปัญหาเงินเฟ้อ เมื่อพิจารณาจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นอย่างมากในขณะนี้

ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ปรับตัวขึ้น 2.4% ในเดือนก.พ. เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ หลังจากปรับตัวขึ้น 2.4% เช่นกันในเดือนม.ค. ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 2.5% ในเดือนก.พ. เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ หลังจากปรับตัวขึ้น 2.5% เช่นกันในเดือนม.ค.

ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีกำหนดจัดการประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 17-18 มี.ค.นี้ โดยตลาดคาดการณ์เป็นวงกว้างว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ และคาดว่าคณะกรรมการเฟดจะประเมินความเป็นไปได้ที่เงินเฟ้อจะปรับตัวสูงขึ้น รวมทั้งตลาดแรงงานที่ส่งสัญญาณอ่อนแอลง ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวบ่งชี้ว่ามีโอกาสที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวควบคู่กับเงินเฟ้อที่สูงขึ้น หรือ Stagflation


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ