ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนยังคงเข้าซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการทำสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่าน แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ประกาศชะลอการโจมตีอิหร่าน
ณ เวลา 20.14 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน บวก 0.17% สู่ระดับ 100.06 ขณะที่ดอลลาร์แข็งค่า 0.09% สู่ระดับ 1.152 เทียบยูโร และดีดตัว 0.06% สู่ระดับ 159.89 เยน
ดัชนีดอลลาร์พุ่งขึ้น 2.4% ตั้งแต่ต้นเดือนมี.ค. และมีแนวโน้มทำสถิติปรับตัวขึ้นมากที่สุดเมื่อเทียบรายเดือนนับตั้งแต่เดือนก.ค.2568 ซึ่งขณะนั้น ดัชนีดอลลาร์ทะยาน 3.4%
ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์โพสต์ข้อความบน Truth Social วานนี้ ระบุว่า เขาจะชะลอแผนการโจมตีโรงงานพลังงานของอิหร่านออกไปอีก 10 วัน จนถึงวันจันทร์ที่ 6 เม.ย. เวลา 20.00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐ หรือตรงกับวันอังคารที่ 7 เม.ย. เวลา 07.00 น.ตามเวลาไทย
ปธน.ทรัมป์ระบุว่า การชะลอการโจมตีดังกล่าว เป็นไปตามการร้องขอของอิหร่าน และมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การเจรจาของทั้งสองฝ่ายยังคงดำเนินต่อไป ซึ่งขณะนี้กำลังมีแนวโน้มที่ดี
อย่างไรก็ดี นักลงทุนยังคงมีความกังวลต่อความไม่แน่นอนในการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่าน หลังจากที่นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า อิหร่านไม่มีความตั้งใจที่จะเจรจากับสหรัฐ นอกจากนี้ หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐกำลังพิจารณาส่งทหารเพิ่มเติมอีก 10,000 นายไปยังตะวันออกกลาง
การทำสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่านได้ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น และจุดทะทุความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ ทำให้เกิดความวิตกว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะตรึงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงเพื่อสกัดเงินเฟ้อ
ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนไม่คาดว่าเฟดจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ และให้น้ำหนัก 40% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงปลายปี
ทั้งนี้ ก่อนการเกิดสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่านในวันที่ 28 ก.พ. นักลงทุนคาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้