ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพฤหัสบดี (9 เม.ย.) ขณะที่นักลงทุนซื้อขายด้วยความระมัดระวัง ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับความเปราะบางของข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน
ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.34% แตะที่ 98.79
สหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิงเป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ เพื่อแลกกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ตาม อิหร่านได้ประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งในเวลาต่อมา โดยอ้างว่าการที่อิสราเอลยังคงโจมตีเลบานอนถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง และอิหร่านอาจถอนตัวจากข้อตกลงนี้ หากอิสราเอลยังคงเดินหน้าโจมตีเลบานอน
โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่านกล่าวว่า ข้อเสนอหยุดยิง 10 ข้อของอิหร่านได้ถูกละเมิดไปแล้ว 3 ข้อ โดยการละเมิดเหล่านั้นประกอบด้วย การที่อิสราเอลยังคงโจมตีเลบานอนอย่างต่อเนื่อง การที่มีโดรนรุกล้ำเข้าไปในน่านฟ้าของอิหร่าน และการปฏิเสธสิทธิของอิหร่านในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม
อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวยืนยันว่า เลบานอนไม่ได้ถูกรวมอยู่ในข้อตกลงหยุดยิงดังกล่าว
นักลงทุนจับตาการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านซึ่งจะมีขึ้นในวันเสาร์นี้ (11 เม.ย.) ที่กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน โดยคณะเจรจาของสหรัฐฯ ประกอบด้วย เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดี, สตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษของปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ และจาเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขยของปธน.ทรัมป์ ส่วนคณะเจรจาของอิหร่านประกอบด้วย อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน และโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน
นอกจากนี้ มีรายงานว่า การเจรจาโดยตรงระหว่างอิสราเอลและเลบานอนมีกำหนดเริ่มขึ้นในสัปดาห์หน้า โดยเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ได้สั่งการให้คณะรัฐมนตรีอิสราเอลเริ่มต้นการเจรจาสันติภาพกับเลบานอน โดยการเจรจาจะมุ่งเน้นไปที่การปลดอาวุธของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ และการสร้างความสัมพันธ์อย่างสันติระหว่างอิสราเอลและเลบานอน
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานล่าสุด กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ปรับตัวขึ้น 2.8% ในเดือนก.พ. เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 2.8% ในเดือนม.ค.
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 3 สำหรับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 4/2568 โดยระบุว่า GDP ขยายตัวเพียง 0.5% ในไตรมาสดังกล่าว ต่ำกว่าตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 และ 2 ที่ระดับ 1.4% และ 0.7% ตามลำดับ
ด้านกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก เพิ่มขึ้น 16,000 ราย สู่ระดับ 219,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 210,000 ราย
นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่จะมีการเปิดเผยในวันนี้ ซึ่งรวมถึงดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI), ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน และยอดสั่งซื้อภาคโรงงาน