ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพฤหัสบดี (7 พ.ค.) ท่ามกลางการซื้อขายที่เป็นไปอย่างผันผวน ขณะที่นักลงทุนยังคงติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด และรอดูตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรซึ่งจะมีการเปิดเผยในวันนี้ เพื่อประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ขยับขึ้น 0.05% แตะที่ 98.063
ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 156.67 เยน จากระดับ 156.45 เยนในวันพุธ (6 พ.ค.) แต่ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.7788 ฟรังก์ จากระดับ 0.7790 ฟรังก์ และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3635 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3636 ดอลลาร์แคนาดา
ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1751 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1748 ดอลลาร์ในวันพุธ ส่วนเงินปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.3583 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3593 ดอลลาร์
การเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอน โดยแหล่งข่าวเปิดเผยกับสื่อว่า สหรัฐฯ และอิหร่านกำลังขยับเข้าใกล้ข้อตกลงชั่วคราวเพื่อยุติสงคราม แต่ประเด็นที่เป็นข้อขัดแย้งรุนแรงที่สุดนั้นยังไม่ได้รับการแก้ไข โดยทั้งสองฝ่ายมุ่งเน้นไปที่การทำข้อตกลงในรูปแบบของบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระยะสั้น มากกว่าข้อตกลงสันติภาพที่ครอบคลุม
ด้านหนังสือพิมพ์ Wall Street Journal รายงานโดยอ้างอิงสถานีโทรทัศน์ Press TV ของรัฐบาลอิหร่านว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านระบุว่า อิหร่านจะไม่ยอมให้สหรัฐฯ กลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซด้วย "แผนการที่ไม่เป็นจริง"
นอกจากนี้ Wall Street Journal รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และซาอุดีอาระเบียว่า ซาอุดีอาระเบียและคูเวตได้ยกเลิกคำสั่งห้ามกองทัพสหรัฐฯ ใช้ฐานทัพและน่านฟ้าของซาอุดีอาระเบียและคูเวต และยังระบุด้วยว่ารัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณาที่จะกลับมาใช้ยุทธศาสตร์ Project Freedom อีกครั้งในสัปดาห์นี้ โดย Project Freedom เป็นปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ที่มีเป้าหมายเพื่อคุ้มกันเรือออกจากช่องแคบฮอร์มุซ
กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ จะเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรในวันนี้ (8 พ.ค.) โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 62,000 ตำแหน่งในเดือนเม.ย. หลังจากที่เพิ่มขึ้น 178,000 ตำแหน่งในเดือนมี.ค. และคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.3% ในเดือนเม.ย.
นักวิเคราะห์จับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มตลาดแรงงานและทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ขณะที่เบธ แฮมแมค ประธานเฟดสาขาคลีฟแลนด์ คาดการณ์ว่า เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยต่อไปอีกนานในอนาคต เนื่องจากต้องรับมือกับภาวะเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนสูง
ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก เพิ่มขึ้น 10,000 ราย สู่ระดับ 200,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว แต่ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 205,000 ราย
ด้านกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยว่า การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างเพิ่มขึ้น 0.6% ในเดือนมี.ค. เมื่อเทียบรายเดือน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าเพิ่มขึ้น 0.2% หลังจากลดลง 0.2% ในเดือนก.พ. และเมื่อเทียบรายปี การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างเพิ่มขึ้น 1.6% ในเดือนมี.ค.
ทั้งนี้ การใช้จ่ายในโครงการของรัฐบาลกลางลดลง 2.6% ส่วนการใช้จ่ายในโครงการของรัฐบาลในมลรัฐและรัฐบาลท้องถิ่นลดลง 0.1%