ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพุธ (13 พ.ค.) หลังสหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่สูงกว่าคาด ซึ่งบ่งชี้ว่าเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูงและอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ขณะที่นักลงทุนจับตาการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ณ กรุงปักกิ่งในวันที่ 14-15 พ.ค.
ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.23% แตะที่ 98.524
ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 157.90 เยน จากระดับ 157.59 เยนในวันอังคาร (12 พ.ค.) ขณะเดียวกันก็แข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.7823 ฟรังก์ จากระดับ 0.7808 ฟรังก์ และแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3716 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3701 ดอลลาร์แคนาดา
ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1707 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1741 ดอลลาร์ในวันอังคาร ส่วนเงินปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.3516 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3532 ดอลลาร์
กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยในวันพุธว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เพิ่มขึ้น 6.0% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค. 2565 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 4.6% หลังจากที่เพิ่มขึ้น 4.3% ในเดือนมี.ค.
ข้อมูลดังกล่าวมีขึ้นเพียงวันเดียวหลังจากกระทรวงเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ปรับตัวขึ้น 3.8% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2566 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 3.7% หลังจากที่เพิ่ม 3.3% ในเดือนมี.ค.
ตัวเลขดัชนี PPI และ CPI ที่มีการเปิดเผยล่าสุดบ่งชี้ว่า เงินเฟ้อของสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วอันเนื่องมาจากสงครามตะวันออกกลาง และทำให้นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระยะเวลาอันใกล้ โดยล่าสุด ซูซาน คอลลินส์ ประธานเฟดสาขาบอสตันกล่าวว่า เฟดอาจพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อไม่ลดลง
นักลงทุนจับตาการประชุมสุดยอดระหว่างปธน.ทรัมป์และปธน.สี จิ้นผิง ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงปักกิ่งในวันที่ 14-15 พ.ค. โดยรายงานระบุว่าปธน.ทรัมป์เดินทางถึงกรุงปักกิ่งแล้วพร้อมกับคณะผู้ติดตาม ซึ่งรวมถึง เจนเซน หวง ผู้บริหารบริษัท Nvidia และ อีลอน มัสก์ ผู้บริหารของ Tesla ซึ่งหัวข้อในการประชุมครั้งนี้รวมถึงการเรียกร้องให้ปธน.สี "เปิดรับ" ธุรกิจของสหรัฐฯ และรักษาข้อตกลงสงบศึกทางการค้าระหว่างสองประเทศ