ดอลลาร์สหรัฐเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์ในวันศุกร์ (22 พ.ค.) ขณะที่นักลงทุนประเมินโอกาสของข้อตกลงยุติสงครามในตะวันออกกลางในระยะใกล้ และจับตาว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือไม่ หากเงินเฟ้อยังคงเร่งตัวขึ้น
ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.04% สู่ระดับ 99.24
ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าแตะระดับ 159.15 เยนในวันศุกร์ จากระดับ 159.08 เยนในวันพฤหัสบดี และแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา สู่ระดับ 1.3807 ดอลลาร์แคนาดา จาก 1.3783 ดอลลาร์แคนาดา แต่ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส โดยอยู่ที่ 0.7844 ฟรังก์ จาก 0.7874 ฟรังก์
ส่วนเงินยูโรอ่อนค่าลง 0.06% สู่ระดับ 1.1611 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์ของอังกฤษแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.3446 ดอลลาร์ในวันศุกร์ จาก 1.3426 ดอลลาร์ในวันพฤหัสบดี
มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐฯ มีความคืบหน้าบางส่วนในการเจรจากับอิหร่าน แต่ยังต้องดำเนินการเพิ่มเติม ขณะที่โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านระบุว่า ทั้งสองฝ่ายยังมีความเห็นต่างกันอย่างมาก
นักลงทุนเริ่มกังวลมากขึ้นว่าปัญหาด้านพลังงานที่ยืดเยื้อจะส่งผลต่อราคาสินค้าและบริการในวงกว้าง ซึ่งอาจบีบให้เฟดต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น
นักวิเคราะห์จาก State Street กล่าวว่า คำถามสำคัญในตอนนี้คือเฟดจะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้หรือไม่ โดยจนถึงขณะนี้แรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ส่งผ่านไปยังดัชนีการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ ยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ จึงสนับสนุนมุมมองที่ว่าเฟดอาจคงดอกเบี้ยต่อไป
อย่างไรก็ตาม เขาเตือนว่า ความเสี่ยงต่อมุมมองดังกล่าวคือหากโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กลับมาใช้มาตรการโจมตีอิหร่านอย่างรุนแรงอีกครั้ง ซึ่งอาจเป็นปัจจัยกระตุ้นให้ความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น และอาจทำให้เฟดเริ่มพิจารณาการขึ้นดอกเบี้ยอย่างจริงจัง
ขณะนี้ นักลงทุนในตลาดสัญญาล่วงหน้าให้น้ำหนัก 50% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในเดือนต.ค.
ผลสำรวจผู้บริโภคของมหาวิทยาลัยมิชิแกนที่เผยแพร่เมื่อวันศุกร์ ระบุว่า ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ ดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนพ.ค. หลังราคาน้ำมันเบนซินที่พุ่งสูงขึ้นเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับค่าครองชีพ ขณะที่การคาดการณ์เงินเฟ้อก็ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน
คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ ผู้ว่าการเฟด ซึ่งมีบทบาทสำคัญด้านนโยบายการเงิน และก่อนหน้านี้สนับสนุนการลดดอกเบี้ย กล่าวว่า เฟดควรยกเลิกแนวโน้มผ่อนคลายนโยบายการเงินในแถลงการณ์ และเปิดทางสู่ความเป็นไปได้ในการปรับขึ้นดอกเบี้ย
ขณะเดียวกัน เควิน วอร์ช ได้เข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งผู้นำเฟดคนใหม่ในวันศุกร์