ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพฤหัสบดี (18 มิ.ย.) หลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ ขณะที่เควิน วอร์ช ประธานเฟดคนใหม่ ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการควบคุมอัตราเงินเฟ้อ
ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.75% แตะที่ 100.846
ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 161.68 เยน จากระดับ 160.50 เยนในวันพุธ (17 มิ.ย.) ขณะเดียวกันก็แข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.8051 ฟรังก์ จากระดับ 0.7971 ฟรังก์ และแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.4140 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.4071 ดอลลาร์แคนาดา
ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1459 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1539 ดอลลาร์ในวันพุธ ส่วนเงินปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.3203 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3338 ดอลลาร์
คณะกรรมการเฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมเมื่อวันพุธ (17 มิ.ย.) แต่ในรายงานคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot) ของเฟดบ่งชี้ว่า เจ้าหน้าที่เฟดจำนวน 9 รายจากทั้งหมด 18 ราย คาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 1 ครั้งภายในสิ้นปี 2569 นอกจากนี้ รายงาน Dot Plot ยังระบุว่า เฟดไม่ได้ส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ จากเดิมที่ส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ย 1 ครั้งในปีนี้
ด้านเควิน วอร์ช ประธานเฟดคนใหม่ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะ "สายเหยี่ยว" หรือผู้สนับสนุนนโยบายการเงินที่เข้มงวด กล่าวในการแถลงข่าวว่า เฟดมีความมุ่งมั่นที่จะฉุดเงินเฟ้อให้กลับสู่ระดับ 2% ซึ่งเป็นระดับที่ไม่ได้เห็นมานานถึงครึ่งทศวรรษ ซึ่งเขารู้สึกเสียใจต่อข้อเท็จจริงดังกล่าว และเฟดในยุคของเขากำลังจะแก้ไขในเรื่องนี้
เครื่องมือ FedWatch ของ CME Group ระบุว่า นักลงทุนให้น้ำหนักราว 50% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% อย่างเร็วที่สุดในเดือนก.ย. และให้น้ำหนักราว 20% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.50%
ส่วนธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) มีมติ 7-2 ในการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 3.75% ในการประชุมวันพฤหัสบดี สอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ พร้อมกับเตือนว่าสงครามในตะวันออกกลางได้ผลักดันต้นทุนพลังงานให้สูงขึ้น และเพิ่มความไม่แน่นอนต่อแนวโน้มเงินเฟ้อของสหราชอาณาจักร
แถลงการณ์ของ BoE ระบุว่า สงครามดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อการขนส่งและการจัดหาพลังงาน ทำให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคของภาคครัวเรือนเพิ่มสูงขึ้น แม้ว่าราคาได้ปรับตัวลงจากระดับสูงสุดในช่วงแรกแล้วก็ตาม แต่ BoE ระบุว่า ยังคงเป็นเรื่องยากในการคาดการณ์แนวโน้มของต้นทุนพลังงาน
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานล่าสุด กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ลดลง 4,000 ราย สู่ระดับ 226,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว แต่สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 225,000 ราย