ข่าวอินโฟเควสท์
08:01 ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดบวก $8.2 หลังดอลล์อ่อนหนุนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย   สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (15 ก.พ.) เนื่องจากนัก…
07:42 ภาวะตลาดน้ำมัน: น้ำมัน WTI ปิดพุ่งขึ้น $1.18 รับเจรจาการค้าคืบหน้า,ตลาดน้ำมันโลกตึงตัว   สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ…
07:08 ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 443.86 จุด ขานรับเจรจาการค้าคืบหน้า,คลายวิตกชัตดาวน์   ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี…
02:39 "ทรัมป์"ลงนามร่างกฎหมายงบประมาณ ส่งผลสหรัฐเลี่ยงชัตดาวน์รอบ 2   ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามในร่างกฎหมายงบประมาณ และแผนการรักษาความมั่นคงตา…
02:26 เฟดยันตัวเลขยอดค้าปลีกซบ,การผลิตภาคอุตฯวูบ ไม่ได้บ่งชี้ศก.ชะลอตัวมากกว่าคาด   นายราฟาเอล บอสติค ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาแอตแลนตา กล่าวว…

ดอลลาร์ดีดตัวทะลุ 109 เยน ขานรับบอนด์ยีลด์พุ่งเหนือ 3%

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- อังคารที่ 24 เมษายน 2561 22:39:23 น.

ดอลลาร์ดีดตัวทะลุ 109 เยนในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนคาดการณ์ว่าช่องว่างของอัตราดอกเบี้ยสหรัฐและญี่ปุ่นจะขยายกว้างขึ้น หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐพุ่งทะลุระดับ 3%

ณ เวลา 22.23 น.ตามเวลาไทย ดอลลาร์แข็งค่า 0.40% สู่ระดับ 109.14 เยน ขณะที่ยูโรปรับตัวขึ้น 0.50% สู่ระดับ 133.35 เยน และขยับขึ้น 0.07% สู่ระดับ 1.2216 ดอลลาร์ ส่วนดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลบ 0.01% สู่ระดับ 90.93

ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นในช่วงแรก ตามการดีดตัวในตลาดเงินนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ และดอลลาร์ได้ปรับตัวขึ้นอีกในเวลาต่อมา ขานรับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่พุ่งทะลุระดับ 3% ในวันนี้  ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนม.ค.2557

ณ เวลา 20.49 น.ตามเวลาไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลประเภทอายุ 10 ปี ดีดตัวสู่ระดับ 3.001% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลประเภทอายุ 30 ปี ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 3.171%

ราคาพันธบัตร และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะปรับตัวในทิศทางตรงกันข้ามกัน
หากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐทะยานขึ้นเหนือระดับ 3.04% ก็จะเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค.2554

ทั้งนี้ การพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ จะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยในตลาดการเงินพุ่งขึ้นตามไปด้วย ซึ่งจะเป็นปัจจัยฉุดตลาดหุ้นวอลล์สตรีท และตลาดหุ้นทั่วโลก โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเป็นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงสำหรับอัตราเงินกู้จำนอง และอัตราดอกเบี้ยตราสารหนี้ และเครื่องมือทางการเงินในระบบ

นักลงทุนแห่เทขายพันธบัตร หลังสูญเสียความน่าดึงดูดในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย จากการคลายความวิตกในคาบสมุทรเกาหลี และสถานการณ์ในซีเรีย ขณะที่นักลงทุนคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดไว้ จากการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ดีกว่าคาดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งบ่งชี้ถึงเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้น

ก่อนหน้านี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอยู่ในช่วงขาลงเป็นเวลานานหลายปี จากการที่เฟด และธนาคารกลางของประเทศต่างๆ พากันใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงิน ด้วยการเข้าซื้อพันธบัตรในตลาด หลังเกิดวิกฤตการเงินทั่วโลกในปี 2551 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งการใช้นโยบายผ่อนคลายดังกล่าวทำให้นักลงทุนต่างเคยชินกับภาวะอัตราดอกเบี้ยต่ำ และพากันเข้าซื้อหุ้นในตลาด ส่งผลให้ตลาดหุ้นพุ่งขึ้นทั่วโลก เนื่องจากคาดว่าเฟดจะยังคงแทรกแซงตลาดต่อไปด้วยการเข้าซื้อพันธบัตร

อย่างไรก็ดี หลังจากที่เฟดประกาศปรับลดงบดุล และลดวงเงินการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ก็ได้ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเริ่มดีดตัวขึ้น ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐจะปรับตัวอยู่ในช่วง 3.0-3.5% ในปลายปีนี้

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่พุ่งขึ้น จะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยในตลาดการเงินดีดตัวขึ้น จะทำให้ภาคเอกชนมีต้นทุนในการกู้ยืมมากขึ้น ซึ่งจะทำให้มีการลดการลงทุน และลดการจ้างงาน ขณะที่ผู้บริโภคลดการใช้จ่าย และจะทำให้เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะซบเซา และถดถอยในที่สุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง