ข่าวอินโฟเควสท์
01:51 โฆษกนายกฯอังกฤษเผยระดับเตือนภัยก่อการร้ายในสหราชอาณาจักรยังคงอยู่ในระดับรุนแรง   โฆษกของนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ กล่าวว่า การโจมตีใกล้…
01:38 ผู้นำสหภาพยุโรปแสดงความเสียใจต่ออิตาลี หลังเกิดเหตุการณ์สะพานถล่ม   นายฌอง คล็อด ยุงเกอร์ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ซึ่งเป็นองค์กรบริหารของ…
00:55 ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สะพานพังถล่มในอิตาลีพุ่งขึ้นเป็น 35 ราย   สำนักข่าว ANSA ของอิตาลีรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวจากหน่วยดับเพลิงว่า มีผู้เสียชี…
00:40 ราคาน้ำมัน WTI พลิกร่วงแดนลบ ใกล้หลุด 67 ดอลลาร์ หลังพุ่งกว่า 1% ในช่วงแรก   สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้า WTI พลิกร่วงลงในแดนลบ ใกล้หลุดระดับ 67 ดอลล…
00:22 เยอรมนีเผยเศรษฐกิจขยายตัว 0.5% ในไตรมาส 2 สูงกว่าคาดการณ์   สำนักงานสถิติแห่งชาติเยอรมนีรายงานในวันนี้ว่า เศรษฐกิจเยอรมนีมีการขยายตัว 0.5% ในไต…

ดอลลาร์ทำนิวไฮ 10 สัปดาห์เหนือ 109 เยน ขณะบอนด์ยีลด์สหรัฐพุ่งไม่หยุด

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พุธที่ 25 เมษายน 2561 19:38:27 น.

ดอลลาร์พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 10 สัปดาห์เหนือระดับ 109 เยนในวันนี้ จากการคาดการณ์เกี่ยวกับช่องว่างอัตราดอกเบี้ยที่กว้างขึ้นระหว่างสหรัฐและญี่ปุ่น หลังการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ

นอกจากนี้ ดอลลาร์ยังได้แรงหนุนจากคำสั่งซื้อจากกลุ่มผู้นำเข้าของญี่ปุ่น

ณ เวลา 19.23 น.ตามเวลาไทย ดอลลาร์แข็งค่า 0.34% สู่ระดับ 109.18 เยน หลังจากพุ่งแตะระดับ 109.27 เยน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 8 ก.พ. ขณะที่ยูโรปรับตัวลง 0.05% สู่ระดับ 133.02 เยน และร่วงลง 0.39% สู่ระดับ 1.2182 ดอลลาร์ ส่วนดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน บวก 0.42% สู่ระดับ 91.14

ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐประเภทอายุ 10 ปี ยังคงปรับตัวขึ้นเหนือระดับ 3% ในวันนี้ หลังจากที่ได้ทะลุระดับดังกล่าวเมื่อวานนี้ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนม.ค.2557

ณ เวลา 19.32 น.ตามเวลาไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลประเภทอายุ 10 ปี ดีดตัวสู่ระดับ 3.026% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลประเภทอายุ 30 ปี ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 3.203%

ราคาพันธบัตร และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะปรับตัวในทิศทางตรงกันข้ามกัน
หากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐประเภทอายุ 10 ปี ทะยานขึ้นเหนือระดับ 3.04% ก็จะเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค.2554

ก่อนหน้านี้ ตลาดหุ้น, พันธบัตร และสินค้าโภคภัณฑ์ ได้เคยทรุดตัวลงอย่างหนักมาแล้วในเดือนก.พ. จากความวิตกต่อการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ

ทั้งนี้ การพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ จะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยในตลาดการเงินพุ่งขึ้นตามไปด้วย ซึ่งจะเป็นปัจจัยฉุดตลาดหุ้นวอลล์สตรีท และตลาดหุ้นทั่วโลก โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเป็นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงสำหรับอัตราเงินกู้จำนอง และอัตราดอกเบี้ยตราสารหนี้ และเครื่องมือทางการเงินในระบบ

นักลงทุนแห่เทขายพันธบัตร หลังสูญเสียความน่าดึงดูดในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย จากการคลายความวิตกในคาบสมุทรเกาหลี และสถานการณ์ในซีเรีย รวมทั้งจากการที่นักลงทุนคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดไว้ จากการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ดีกว่าคาด ซึ่งบ่งชี้ถึงเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้น

ก่อนหน้านี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอยู่ในช่วงขาลงเป็นเวลานานหลายปี จากการที่เฟด และธนาคารกลางของประเทศต่างๆ พากันใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงิน ด้วยการเข้าซื้อพันธบัตรในตลาด หลังเกิดวิกฤตการเงินทั่วโลกในปี 2551 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งการใช้นโยบายผ่อนคลายดังกล่าวทำให้นักลงทุนต่างเคยชินกับภาวะอัตราดอกเบี้ยต่ำ และพากันเข้าซื้อหุ้นในตลาด ส่งผลให้ตลาดหุ้นพุ่งขึ้นทั่วโลก เนื่องจากคาดว่าเฟดจะยังคงแทรกแซงตลาดต่อไปด้วยการเข้าซื้อพันธบัตร

อย่างไรก็ดี หลังจากที่เฟดประกาศปรับลดงบดุล และลดวงเงินการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ก็ได้ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเริ่มดีดตัวขึ้น ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐจะปรับตัวอยู่ในช่วง 3.0-3.5% ในปลายปีนี้

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่พุ่งขึ้น จะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยในตลาดการเงินดีดตัวขึ้น จะทำให้ภาคเอกชนมีต้นทุนในการกู้ยืมมากขึ้น ซึ่งจะทำให้มีการลดการลงทุน, ลดการจ้างงาน รวมทั้งลดการจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้น ขณะที่ผู้บริโภคลดการใช้จ่าย และจะทำให้เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะซบเซา และถดถอยในที่สุด

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง