ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์แข็งค่าเทียบสกุลเงินหลัก รับ"พาวเวล"หนุนเฟดเดินหน้าขึ้นดบ.

ข่าวหุ้น-การเงิน Thursday July 19, 2018 07:23 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (18 ก.ค.) หลังจากนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้เน้นย้ำถึงการสนับสนุนให้เฟดเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ ในการกล่าวกล่าวแถลงการณ์รอบครึ่งปีว่าด้วยนโยบายการเงินและภาวะเศรษฐกิจสหรัฐต่อสภาคองเกรสเมื่อวานนี้

ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 112.85 เยน จากระดับ 112.84 เยน ขณะที่อ่อนค่าลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9991 ฟรังก์ จากระดับ 0.9993 ฟรังก์

ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1648 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1663 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงสู่ระดับ 1.3063 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3124 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นแตะระดับ 0.7402 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7390 ดอลลาร์สหรัฐ

ดอลลาร์ได้รับแรงหนุนหลังจากนายพาวเวลได้แถลงต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภาเมื่อวานนี้ว่า แนวทางที่ดีที่สุดในขณะนี้คือการที่เฟดยังคงปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป

นายพาวเวลยังกล่าวด้วยว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยช้าเกินไปจะส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น หรืออาจทำให้ตลาดการเงินขยายตัวร้อนแรงเกินไป แต่หากปรับขึ้นดอกเบี้ยรวดเร็วเกินไป ก็จะส่งผลให้เศรษฐกิจอ่อนแอลง และจะทำให้อัตราเงินเฟ้อยังคงเคลื่อนตัวต่ำกว่าเป้าหมายของเฟดต่อไปอีกเป็นเวลานาน

ส่วนเมื่อวันอังคารที่ผ่านมานั้น นายพาวเวลได้แถลงต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรว่า เศรษฐกิจสหรัฐกำลังขยายตัวในอัตราที่รวดเร็วเพียงพอที่จะทำให้เฟดเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในช่วงที่เหลือของปีนี้

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจทั้ง 12 เขต หรือ "Beige Book" โดยระบุว่า เขตต่างๆส่วนใหญ่รายงานว่าเศรษฐกิจมีการขยายตัวปานกลาง โดยมีเพียงเขตเซนต์หลุยส์เท่านั้นที่รายงานว่าเศรษฐกิจขยายตัวเล็กน้อย นอกจากนี้ เขตส่วนใหญ่รายงานว่าตลาดแรงงานยังคงอยู่ในภาวะตึงตัว และหลายเขตยังขาดแคลนคนงานที่มีศักยภาพ

อย่างไรก็ตาม รายงาน Beige Book ซึ่งรวบรวมรายงานภาวะเศรษฐกิจจนถึงวันที่ 9 ก.ค.นั้น ระบุว่า กลุ่มผู้ผลิตในทุกเขตได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับมาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้า โดยหลายเขตรายงานว่า ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น และห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) ได้รับผลกระทบจากมาตรการการค้าที่มีการนำมาใช้ในปัจจุบัน

ทางด้านกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านลดลง 12.3% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายเดือน สู่ระดับ 1.173 ล้านยูนิต ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.ปีที่แล้ว และเป็นการทรุดตัวลงหนักที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย.2559 ขณะที่การอนุญาตก่อสร้างบ้านลดลง 2.2% สู่ระดับ 1.273 ล้านยูนิต ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.ปีที่แล้ว

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นๆของสหรัฐที่จะมีการเปิดเผยในสัปดาห์นี้ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และดัชนีการผลิตเดือนก.ค.จากเฟดฟิลาเดลเฟีย


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ