ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลัก ขานรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ

ข่าวหุ้น-การเงิน Wednesday September 12, 2018 07:23 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (11 ก.ย.) หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ซึ่งรวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นของธุรกิจขนาดย่อมที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตารายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book จากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันนี้ตามเวลาสหรัฐ

ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 111.58 เยน จากระดับ 111.21 เยน แต่อ่อนค่าลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9735 ฟรังก์ จากระดับ 0.9748 ฟรังก์ และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3129 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.3157 ดอลลาร์สหรัฐ

ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ที่ระดับ 1.1585 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1596 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลง แตะระดับ 1.3006 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3028 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงแตะระดับ 0.7100 ดอลลาร์ จากระดับ 0.7110 ดอลลาร์

ดอลลาร์ได้แรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ โดยสหพันธ์ธุรกิจอิสระแห่งชาติสหรัฐ (NFIB) แถลงในวันนี้ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของธุรกิจขนาดย่อมพุ่งขึ้นสู่ระดับ 108.8 ในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และปรับตัวขึ้นจากระดับ 107.9 ในเดือนก.ค. โดยดัชนีความเชื่อมั่นได้รับแรงหนุนจากมาตรการปรับลดภาษีและกฎระเบียบของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งทำให้มีการเพิ่มขึ้นของยอดขาย, การจ้างงาน และการลงทุน

นอกจากนี้ NFIB ยังระบุว่า ธุรกิจขนาดย่อมมีแผนสร้างงานจำนวนมากเป็นประวัติการณ์ ขณะที่เจ้าของกิจการจำนวนมากมีความมั่นใจในการขยายกิจการ ส่วนแผนการใช้จ่ายทุนอยู่ในระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2551

ทางด้านสำนักงานสถิติของกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ผลสำรวจการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) รายเดือน พบว่า ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ซึ่งเป็นมาตรวัดอุปสงค์ในตลาดแรงงาน เพิ่มขึ้น 117,000 ตำแหน่ง สู่ระดับ 6.94 ล้านตำแหน่งในเดือนก.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยตัวเลขการเปิดรับสมัครงานที่พุ่งขึ้นในเดือนก.ค.ได้แรงหนุนจากตำแหน่งงานในภาคการเงินและการผลิต

นักลงทุนจับตาการเจรจาระหว่างสหภาพยุโรปและอังกฤษ ในกรณีที่อังกฤษเตรียมแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) โดยนายมิเชล บาร์นิเยร์ ตัวแทนเจรจาฝ่าย EU ในประเด็น Brexit กล่าวว่า มีความเป็นไปได้ที่ EU จะบรรลุข้อตกลง Brexit กับอังกฤษภายในเวลา 6-8 สัปดาห์

ทางด้านโฆษกของนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ กล่าวว่า นางเมย์จะเดินทางไปยังเมืองซัลส์บรูกในสัปดาห์หน้าเพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอย่างไม่เป็นทางการของ EU ซึ่งผู้นำ EU จะมีโอกาสหารือข้อเสนอของนางเมย์เกี่ยวกับ Brexit เป็นครั้งแรก

นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ ซึ่งได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนส.ค., รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book จากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, อัตราเงินเฟ้อเดือนส.ค., ราคานำเข้าและส่งออกเดือนส.ค., ยอดค้าปลีกเดือนส.ค., การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนส.ค., สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือนก.ค. และความเชื่อมั่นผู้บริโภคเบื้องต้นเดือนก.ย.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ