ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: เงินดอลล์อ่อนเทียบยูโร,ปอนด์ ก่อนตลาดรู้ผลประชุมเฟด

ข่าวหุ้น-การเงิน Wednesday September 26, 2018 07:15 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินยูโรและเงินปอนด์ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (25 ก.ย.) ก่อนที่ตลาดจะทราบผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันนี้ตามเวลาสหรัฐ ขณะที่ยูโรพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) คาดการณ์ว่า อัตราเงินเฟ้อของยูโรโซนจะสูงขึ้น ซึ่งนับเป็นการส่งสัญญาณว่า ECB กำลังเตรียมปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีหน้า

ยูโรแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ที่ระดับ 1.1767 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1758 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.3186 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3118 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 0.7249 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7256 ดอลลาร์สหรัฐ

อย่างไรก็ตาม ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 112.93 เยน จากระดับ 112.71 เยน ขณะเดียวกันก็แข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9649 ฟรังก์ จากระดับ 0.9632 ฟรังก์ และแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.2950 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2940 ดอลลาร์แคนาดา

นักลงทุนจับตาผลการประชุมเฟดซึ่งจะมีการแถลงในวันนี้ตามเวลาสหรัฐ หรือในช่วงเช้าตรู่วันพรุ่งนี้ตามเวลาไทย ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ที่ว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ในการประชุมครั้งนี้ หลังจากปรับขึ้นไปแล้วในการประชุมเดือนมี.ค.และมิ.ย.ปีนี้ ซึ่งจะส่งผลให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยรวม 4 ครั้งในปีนี้

นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอดูถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด โดยคาดว่า นายเจอโรมอาจจะส่งสัญญาณเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยในอนาคต และอาจแสดงความเห็นเกี่ยวกับสงครามการค้าที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐ

สกุลเงินยูโรยังคงแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์ หลังจากนายมาริโอ ดรากี ประธาน ECB คาดการณ์ว่า อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานของยูโรโซนซึ่งไม่นับรวมราคาในหมวดอาหารและพลังงานนั้น จะปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนข้างหน้านี้ เนื่องจากภาวะตึงตัวในตลาดแรงงานจะผลักดันค่าจ้างให้ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งนับเป็นการส่งสัญญาณว่า ECB กำลังเตรียมปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีหน้า

อย่างไรก็ตาม แม้ดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับยูโรและปอนด์ แต่หากเทียบกับเงินเยนและฟรังก์สวิส ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเพราะได้รับแรงหนุนจากรายงานผลสำรวจของ Conference Board ซึ่งระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคของสหรัฐดีดตัวสู่ระดับ 138.4 ในเดือนก.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 18 ปี จากระดับ 134.7 ในเดือนก.ค. และสวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดว่าตัวเลขดัชนีความเชื่อมั่นจะลดลงสู่ระดับ 132.0

นอกเหนือจากผลการประชุมเฟดแล้ว นักลงทุนยังจับตาข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นๆของสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ ซึ่งได้แก่ ยอดขายบ้านใหม่เดือนส.ค., จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนส.ค., ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2/2561, ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) เดือนส.ค., ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนส.ค. และความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.ย.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ