ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: เงินปอนด์ร่วง หลังรัฐสภาอังกฤษคว่ำร่างข้อตกลง Brexit

ข่าวหุ้น-การเงิน Wednesday January 16, 2019 07:06 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

เงินปอนด์ร่วงลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (15 ม.ค.) หลังจากรัฐสภาอังกฤษคว่ำร่างข้อตกลงการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ขณะที่พรรคฝ่ายค้าอังกฤษเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ ในวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น

เงินปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.2836 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2865 ดอลลาร์ ขณะที่ยูโรอ่อนค่าลงสู่ระดับ 1.1400 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1465 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงสู่ระดับ 0.7193 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7198 ดอลลาร์สหรัฐ

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 108.58 เยน จากระดับ 108.20 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9881 ฟรังก์ จากระดับ 0.9813 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3282 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3267 ดอลลาร์แคนาดา

เงินปอนด์ร่วงลงกว่า 1% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ หลังจากรัฐสภาอังกฤษได้ลงมติด้วยคะแนนเสียง 432 ต่อ 202 เสียง ปฏิเสธร่างข้อตกลง Brexit ภายหลังจากที่สมาชิกรัฐสภาได้อภิปรายประเด็นดังกล่าวเป็นเวลา 5 วัน

ทั้งนี้ นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ มีเวลา 3 วันในการนำเสนอแผน Brexit ฉบับใหม่ต่อรัฐสภา

ทางด้านนายเจเรมี คอร์บิน ผู้นำพรรคแรงงาน ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านของอังกฤษ ได้ยื่นญัตติไม่ไว้วางใจนายกฯเมย์ หลังจากที่ร่างข้อตกลง Brexit ไม่ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา โดยการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะมีขึ้นในสภาสามัญชน ในวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น

หากผลการอภิปรายครั้งนี้ปรากฎว่ารัฐบาลภายใต้การนำของนายกฯเมย์ไม่ได้รับความไว้วางใจ ก็อาจส่งผลให้ต้องมีการจัดการเลือกตั้งครั้งใหม่ในอังกฤษ

ส่วนเงินยูโรร่วงลงหลังจากสำนักงานสถิติแห่งชาติของเยอรมนีเปิดเผยว่า เศรษฐกิจเยอรมนีมีการขยายตัวเพียง 1.5% ในปี 2561 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี หลังจากที่มีการขยายตัว 2.2% ในปี 2560 โดยเศรษฐกิจเยอรมนีได้รับผลกระทบจากภาวะชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก, ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้า และความเสี่ยงที่อังกฤษอาจแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) โดยไม่มีการทำข้อตกลง

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐระบุว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ลดลง 0.2% ในเดือนธ.ค.เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนพ.ย. โดยการปรับตัวลงของดัชนี PPI ได้รับผลกระทบจากการดิ่งลงของราคาพลังงาน ส่วนเมื่อเทียบเป็นรายปี ดัชนี PPI เพิ่มขึ้น 2.5% ในเดือนธ.ค. หลังจากดีดตัวขึ้น 2.5% เช่นกันในเดือนพ.ย.

นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นๆของสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ ซึ่งได้แก่ ราคานำเข้าและราคาส่งออกเดือนธ.ค., ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือนม.ค.จากสมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB), รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book จากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดัชนีการผลิตเดือนม.ค.จากเฟดฟิลาเดลเฟีย, การผลิตภาคอุตสาหกรรม-อัตราการใช้กำลังการผลิตเดือนธ.ค. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นเดือนม.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ