อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวขึ้น หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอชื่อนายเควิน วอร์ช อดีตผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ดำรงตำแหน่งประธานเฟด สืบต่อจากนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดคนปัจจุบัน
นอกจากนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรดีดตัวขึ้น หลังการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่สูงกว่าคาด ซึ่งจะเป็นปัจจัยชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟด
ณ เวลา 23.59 น.ตามเวลาไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี อยู่ที่ระดับ 4.249% ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี อยู่ที่ระดับ 4.881%
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ โพสต์ข้อความบน Truth Social ในวันนี้ ระบุว่า เขาได้เสนอชื่อนายวอร์ชให้ดำรงตำแหน่งประธานเฟด
การเลือกนายวอร์ชเป็นประธานเฟด ได้ช่วยให้ตลาดคลายความกังวลเกี่ยวกับความเป็นอิสระของเฟด เนื่องจากประสบการณ์ของนายวอร์ชในฐานะอดีตผู้ว่าการเฟด และการมีจุดยืนต่อการใช้นโยบายควบคุมเงินเฟ้อ แม้ว่าในระยะสั้นเขาอาจจะผลักดันให้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยตามที่ปธน.ทรัมป์ต้องการ แต่ตลาดการเงินมองว่าเขาเป็นบุคคลที่จะไม่ทำตามความต้องการของปธน.ทรัมป์ในทุกเรื่อง และจะรักษาความน่าเชื่อถือของนโยบายการเงิน
กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิต ประจำเดือนธ.ค.ในวันนี้
ทั้งนี้ ดัชนี PPI ทั่วไป (Headline PPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.0% ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 2.7% หลังจากปรับตัวขึ้น 3.0% เช่นกันในเดือนพ.ย.
เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PPI ทั่วไป ปรับตัวขึ้น 0.5% ในเดือนธ.ค. สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 0.2% จากระดับ 0.2% ในเดือนพ.ย.
ส่วนดัชนี PPI พื้นฐาน (Core PPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.3% ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 2.9% จากระดับ 3.1% ในเดือนพ.ย.
เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PPI พื้นฐาน ปรับตัวขึ้น 0.7% ในเดือนธ.ค. สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 0.2% หลังจากปรับตัว 0.0% หรือไม่มีการเปลี่ยนแปลงในเดือนพ.ย.