อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวไร้ทิศทาง ขณะที่นักลงทุนจับตาเศรษฐกิจสหรัฐซึ่งอาจเผชิญภาวะ stagflation หรือการที่เศรษฐกิจชะงักงัน ขณะที่เงินเฟ้อพุ่งสูง หลังราคาน้ำมันพุ่งขึ้นทะลุระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล
ณ เวลา 22.44 น.ตามเวลาไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ดีดตัวสู่ระดับ 4.136% ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี ปรับตัวลงสู่ระดับ 4.746%
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ทะยานขึ้นมากกว่า 35% ในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นรายสัปดาห์มากที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการซื้อขายสัญญาน้ำมันในปี 1983
นอกจากนี้ ราคาน้ำมัน WTI พุ่งขึ้น 13% สู่ระดับ 102.67 ดอลลาร์/บาร์เรลในวันนี้ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ราคาทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ นับตั้งแต่ปี 2022 ซึ่งขณะนั้นตลาดได้รับผลกระทบจากการที่รัสเซียบุกโจมตียูเครน
ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น หลังจากผู้ผลิตรายใหญ่ในตะวันออกกลางพากันลดกำลังการผลิต เนื่องจากขาดแคลนสถานที่กักเก็บน้ำมัน หลังจากไม่สามารถส่งออกน้ำมันได้ เนื่องจากอิหร่านขู่โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันเริ่มปรับตัวลงจากระดับสูงสุดของวัน หลังมีรายงานว่า กลุ่ม G7 กำลังพิจารณาระบายน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ออกสู่ตลาด
ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เริ่มเข้าสู่ช่วงงดเว้นการแสดงความเห็นเกี่ยวกับนโยบายการเงิน (Blackout Period) ก่อนที่เฟดจะจัดการประชุมกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ในวันที่ 17-18 มี.ค.
กฎระเบียบของเฟดได้ระบุห้ามเจ้าหน้าที่เฟดแสดงความเห็นหรือให้สัมภาษณ์ในช่วง Blackout Period เกี่ยวกับนโยบายการเงิน โดยเริ่มตั้งแต่วันเสาร์ที่สองก่อนที่การประชุม FOMC จะเริ่มขึ้น และสิ้นสุดในวันพฤหัสบดีหลังการประชุม FOMC เพื่อป้องกันไม่ให้สาธารณชนตีความว่าเป็นการบ่งชี้การดำเนินการด้านอัตราดอกเบี้ยของเฟดในการประชุมนโยบายการเงินที่จะมาถึง
ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 97.4% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมวันที่ 17-18 มี.ค.