อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีร่วงลงใกล้หลุดระดับ 4.3% ขณะที่นักลงทุนจับตาการทำสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่าน
ณ เวลา 21.24 น.ตามเวลาไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี อยู่ที่ระดับ 4.305% ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี อยู่ที่ระดับ 4.889%
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ขู่เพิ่มความรุนแรงในการโจมตีอิหร่าน ทำให้นักลงทุนลดความคาดหวังที่จะเห็นการผ่อนคลายความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์ขู่ว่าจะโจมตีอิหร่านอย่างหนักในช่วง 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า ระหว่างการแถลงต่อชาวอเมริกันในช่วงเช้านี้ตามเวลาไทย และกล่าวว่า สงครามจะไม่ใช้เวลานาน และการหารือกับอิหร่านยังคงดำเนินอยู่
'เราจะทำภารกิจให้เสร็จ และเราจะทำมันให้เสร็จอย่างรวดเร็วมาก' เขากล่าว
อย่างไรก็ดี กองบัญชาการกลางคาตัม อัล-อันบิยา ซึ่งเป็นกองบัญชาการทหารหลักของอิหร่าน แถลงในวันนี้ว่า อิหร่านจะทำสงครามต่อไปจนกว่าศัตรูจะยอมจำนน
เอ็บราฮิม โซลฟาการี โฆษกกองบัญชาการฯ เตือนว่า สงครามจะมีความรุนแรงมากขึ้น ขยายวงกว้างขึ้น และสร้างความเสียหายมากขึ้น เพื่อตอบโต้ต่อการโจมตีของสหรัฐและอิสราเอล
โซลฟาการีกล่าวหาว่า สหรัฐและอิสราเอลมีข้อมูลข่าวกรองเกี่ยวกับขีดความสามารถทางทหารของอิหร่านไม่ครบถ้วน พร้อมย้ำว่า 'พวกคุณไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับศักยภาพเชิงยุทธศาสตร์ที่กว้างขวางอย่างยิ่งของเรา'
เขากล่าวเพิ่มเติมว่า ศัตรูไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ผลิตอาวุธของอิหร่าน และจะไม่มีทางโจมตีเป้าหมายเหล่านั้น พร้อมทั้งจะต้องชดใช้สำหรับการรุกรานอิหร่าน
ส่วนเรซา ทาลาอี-นิก โฆษกกระทรวงกลาโหมอิหร่าน กล่าวว่า ศัตรูประสบความล้มเหลวในทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งแยกอิหร่าน, การโค่นล้มระบอบการปกครอง, การทำให้กองทัพอ่อนแอลง, การสร้างความแตกแยกในอธิปไตยของชาติ, การปลุกปั่นความไม่สงบภายในประเทศ, การเปิดช่องแคบฮอร์มุซ และการทำให้ประชาชนละทิ้งการป้องกันประเทศ
ทาลาอี-นิกยืนยันว่า กองกำลังอิหร่าน, ประชาชน และแนวร่วมการต่อต้าน จะยังคงลงโทษศัตรูต่อไป จนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย ได้แก่ การได้รับค่าชดเชยความเสียหายจากสงคราม, การทำลายฐานทัพสหรัฐในเอเชียตะวันตก, การกดดันให้กองกำลังอเมริกันถอนตัว, การบังคับให้ศัตรูยอมจำนนโดยสมบูรณ์ และการได้รับหลักประกันว่าจะไม่เกิดสงครามกับอิหร่านอีก