ข่าวอินโฟเควสท์
13:23 ภาวะตลาดหุ้นโตเกียว: นิกเกอิปิดบวก 51.64 จุด ขานรับ GDP ขยายตัวเกินคาด   ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดบวกในวันนี้ โดยได้แรงหนุนจากตัวเลขผลิตภั…
13:03 "ทรัมป์" ทวีตขู่อิหร่านอย่าคิดสู้ ขณะสถานการณ์อิหร่าน-สหรัฐทวีความตึงเครียด   ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ทวีตข้อความขู่อิหร่านอีกครั้ง…
12:00 "ทรัมป์" เผยสหรัฐต้องได้ประโยชน์มากกว่าในข้อตกลงการค้ากับจีน   ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ เปิดเผยว่า การที่สหรัฐได้ขึ้นภาษีนำเข้าสินค…
10:30 แหล่งข่าวเผยสมาร์ทโฟน "หัวเว่ย" จะไม่สามารถอัพเดตระบบปฏิบัติการ Android ได้ หลังถูกทรัมป์สั่งแบน   สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวใกล้…
09:32 แบงก์ชาติจีนระงับการอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบวันนี้   ธนาคารกลางจีน (PBOC) ได้ระงับการอัดฉีดเงินเข้าสู่ตลาดเงินในวันนี้ เพื่อรักษาสภาพคล่องในร…

บอนด์ยีลด์สหรัฐปรับตัวไร้ทิศทาง ท่ามกลางความกังวลเศรษฐกิจจีน, Brexit

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พฤหัสบดีที่ 17 มกราคม 2562 22:51:08 น.

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวไร้ทิศทางในวันนี้ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจจีน และการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit)

ณ เวลา 22.40 น.ตามเวลาไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ดีดตัวสู่ระดับ 2.732% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี ปรับตัวลงสู่ระดับ 3.069%

ราคาพันธบัตร และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะปรับตัวในทิศทางตรงกันข้ามกัน

ธนาคารกลางจีนได้ทำการอัดฉีดเม็ดเงินจำนวน 8.3 หมื่นล้านดอลลาร์เข้าสู่ระบบการเงินของประเทศเมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นระดับสูงเป็นประวัติการณ์ โดยหวังผ่อนคลายภาวะขาดแคลนสภาพคล่อง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ

"สภาพคล่องโดยรวมในระบบธนาคารกำลังลดลงอย่างรวดเร็ว" แถลงการณ์จากธนาคารกลางระบุ

ธนาคารกลางยังเปิดเผยว่า การอัดฉีดดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความมั่นใจว่าจะมีเงินทุนอย่างเพียงพอในระบบการเงิน ซึ่งกำลังประสบภาวะตึงตัวขณะที่ถึงช่วงการจ่ายภาษีในกลางเดือนนี้ และท่ามกลางความต้องการเงินสดก่อนหน้าเทศกาลตรุษจีนในช่วงต้นเดือนหน้า

การอัดฉีดสภาพคล่องครั้งใหญ่เมื่อวานนี้ มีขึ้น หลังจากที่มีรายงานว่า จีนเตรียมใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วยการปรับลดภาษี เพื่อช่วยหนุนเศรษฐกิจที่กำลังส่งสัญญาณชะลอตัวลงในขณะนี้

ทางด้านผู้นำพรรคฝ่ายค้าน รวมทั้งภาคธุรกิจของอังกฤษ ต่างออกมาเรียกร้องให้มีการจัดการลงประชามติ Brexit ครั้งใหม่ โดยจะใช้ชื่อว่า "People's Vote"

ขณะเดียวกัน อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ เช่น นายโทนี่ แบลร์, นายกอร์ดอน บราวน์ และนายจอห์น เมเจอร์ ก็ได้สนับสนุนการลงประชามติครั้งใหม่เช่นกัน

อย่างไรก็ดี ฝ่ายสนับสนุน Brexit คัดค้านการลงประชามติครั้งใหม่ โดยอ้างว่าจะไม่เป็นประชาธิปไตย เนื่องจากฝ่ายสนับสนุน Brexit ได้รับชัยชนะมาแล้วในการลงประชามติเดือนมิ.ย.2559 ซึ่งรัฐบาลควรดำเนินการให้เป็นไปตามประชามติดังกล่าว

ทางด้านนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ก็ได้กล่าวย้ำมาโดยตลอดว่าจะไม่มีการทำประชามติ Brexit ครั้งใหม่
ข่าวที่เกี่ยวข้อง