บอนด์ยีลด์สหรัฐร่วง ขณะจับตาความตึงเครียดในตะวันออกกลาง,การประชุมเฟด

ข่าวหุ้น-การเงิน 17 กันยายน พ.ศ. 2562 22:33 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวลงในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนจับตาความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์นี้ ณ เวลา 22.19 น.ตามเวลาไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ร่วงลงสู่ระดับ 1.812% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี ปรับตัวลงสู่ระดับ 2.273% ราคาพันธบัตร และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะปรับตัวในทิศทางตรงกันข้ามกัน กระทรวงมหาดไทยของซาอุดีอาระเบียออกแถลงการณ์เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า โรงงานน้ำมันสองแห่งในเขต Abqaiq และ Khurais ถูกโจมตีด้วยโดรนจนเป็นเหตุให้เกิดเพลิงลุกไหม้ โดยโรงงานทั้งสองแห่งเป็นของบริษัทซาอุดี อารามโค ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันแห่งชาติของซาอุดีอาระเบีย ส่งผลให้การผลิตน้ำมันลดลง 5.7 ล้านบาร์เรล/วัน หรือราวครึ่งหนึ่งของการผลิตน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย หรือคิดเป็น 5% ของอุปทานน้ำมันทั่วโลก

ขณะเดียวกัน เฟดจะเริ่มต้นการประชุมนโยบายการเงินในวันนี้ และจะสิ้นสุดการประชุมในวันพรุ่งนี้ ขณะที่นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด จะกล่าวแถลงการณ์หลังการประชุมพรุ่งนี้

ก่อนหน้านี้ นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดมีแนวโน้มเกือบ 100% ที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมนโยบายการเงินในสัปดาห์นี้ หลังจากที่ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% เช่นกันในการประชุมรอบที่แล้วในวันที่ 30-31 ก.ค. ซึ่งเป็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 16 ธ.ค.2551

อย่างไรก็ดี ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่า มีโอกาสเหลือเพียง 65.8% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 17-18 ก.ย. ขณะที่มีโอกาส 34.2% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 2.00-2.25%

นักวิเคราะห์ระบุว่า สาเหตุที่เฟดอาจตรึงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมรอบนี้ มีสาเหตุจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันถึง 14% ในช่วงนี้ หลังเกิดเหตุโจมตีแหล่งผลิตน้ำมันของซาอุดีอาระเบียในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยการทะยานขึ้นของราคาน้ำมันจะส่งผลให้เงินเฟ้อพุ่งขึ้น ซึ่งจะทำให้เฟดมีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หรืออย่างน้อยคงอัตราดอกเบี้ย มากกว่าที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย

นอกจากนี้ ปัจจัยที่สนับสนุนให้เฟดไม่เร่งรีบปรับลดอัตราดอกเบี้ยในสัปดาห์นี้ ยังได้แก่ ตัวเลขเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ หลังการเปิดเผยยอดค้าปลีกที่พุ่งขึ้น และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและภาคธุรกิจที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งการผ่อนคลายความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ