บอนด์ยีลด์สหรัฐปรับตัวลง ขณะจับตาเจรจาการค้าสหรัฐ-จีน

ข่าวหุ้น-การเงิน 8 ตุลาคม พ.ศ. 2562 21:56 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวลงในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนจับตาการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนในสัปดาห์นี้ ณ เวลา 21.50 น.ตามเวลาไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ร่วงลงสู่ระดับ 1.514% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี ปรับตัวลงสู่ระดับ 2.012% ราคาพันธบัตร และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะปรับตัวในทิศทางตรงกันข้ามกัน มีการคาดการณ์กันว่า การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนในสัปดาห์นี้จะไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด ท่ามกลางปัจจัยแวดล้อมที่ไม่ได้ส่งสัญญาณบวกต่อการเจรจา ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ระดับรัฐมนตรีช่วยของสหรัฐและจีนได้เริ่มต้นการเจรจาการค้ารอบใหม่เมื่อวานนี้ เพื่อปูทางสำหรับการเจรจาการค้าระดับรัฐมนตรีที่จะมีขึ้นในวันพฤหัสบดีนี้

เจ้าหน้าที่เจรจาการค้าของจีนราว 30 คน นำโดยนายเหลียว หมิง รมช.คลังของจีน ได้เดินทางมายังสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) เมื่อวานนี้ เพื่อทำการเจรจาการค้าเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะเจรจากันเกี่ยวกับการบังคับถ่ายโอนเทคโนโลยี, การขโมยสิทธิทรัพย์สินทางปัญญา, การตั้งกำแพงการค้าที่ไม่ใช่ภาษี รวมทั้งประเด็นในด้านการเกษตรและภาคบริการ และการบังคับใช้มาตรการต่างๆตามข้อตกลง

อย่างไรก็ดี การเจรจาของเจ้าหน้าที่การค้าจากทั้งสองฝ่ายเมื่อวานนี้เป็นไปอย่างตึงเครียด โดยไม่มีฝ่ายใดส่งสัญญาณการประนีประนอม

สหรัฐและจีนจะเจรจาการค้าในระดับรัฐมนตรีในวันที่ 10-11 ต.ค.นี้ ที่กรุงวอชิงตัน โดยนายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีน จะเป็นผู้นำคณะเจรจาการค้าของจีน ขณะที่ฝ่ายสหรัฐนำโดยนายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐ และนายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR)

สื่อรายงานว่า เจ้าหน้าที่จีนไม่ต้องการทำข้อตกลงการค้าในวงกว้างตามที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ต้องการ โดยนายหลิว เหอ กล่าวว่า ข้อเสนอของเขาต่อทางสหรัฐจะไม่รวมถึงคำมั่นสัญญาของรัฐบาลจีนในการปฏิรูปนโยบายอุตสาหกรรม หรือการให้เงินอุดหนุนของภาครัฐ

ทางด้านหนังสือพิมพ์เซาธ์ ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์รายงานว่า จีนได้ลดระดับความสำคัญของการเจรจาการค้ากับสหรัฐในสัปดาห์นี้ โดยนายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีน ซึ่งเป็นผู้นำคณะเจรจาการค้าของจีน จะไม่มีตำแหน่ง"ผู้แทนพิเศษ"แต่อย่างใด ซึ่งบ่งชี้ว่า นายหลิวไม่ได้เป็นตัวแทน หรือไม่ได้รับการมอบหมายเป็นพิเศษจากประธานาธิบดีสี จิ้นผิง

ทางด้านกระทรวงพาณิชย์สหรัฐได้ประกาศขึ้นบัญชีดำต่อบริษัทเทคโนโลยีของจีน 28 แห่ง โดยอ้างว่าบริษัทเหล่านี้มีส่วนในการละเมิดสิทธิมนุษยชนของชาวมุสลิม ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยในเขตปกครองตนเองซินเจียง

การประกาศดังกล่าวนับเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ขึ้นบัญชีดำบริษัทจีนด้วยเหตุผลด้านสิทธิมนุษยชน จากเดิมที่เคยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงของชาติ อย่างที่ได้เคยทำกับบริษัทหัวเว่ย

แถลงการณ์ของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐระบุว่า บริษัทเหล่านี้มีการข่มเหง คุมขังบุคคลตามอำเภอใจ และใช้เทคโนโลยีสอดส่องชาวอุยกูร์ ซึ่งสหรัฐมองว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน

ทั้งนี้ บริษัทจีนที่ถูกขึ้นบัญชีดำเหล่านี้จะไม่สามารถทำธุรกิจกับบริษัทสหรัฐได้ หากไม่ได้รับการอนุญาตจากรัฐบาลสหรัฐ โดยบริษัทรายใหญ่ที่ถูกขึ้นบัญชีดำรอบนี้ มีทั้งบริษัทผลิตกล้องวงจรปิดยักษ์ใหญ่อย่าง Hikvision และ Dahua Technology ไปจนถึงบริษัทชั้นนำด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่าง SenseTime และ Megvii

ขณะเดียวกัน สำนักข่าวบลูมเบิร์กยังรายงานว่า ทำเนียบขาวกำลังหารือเกี่ยวกับการปิดกั้นมิให้กองทุนบำนาญของรัฐบาลสหรัฐเข้าลงทุนในจีน


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ