สำนักข่าว CNBC รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวจากรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า ทีมงานของปธน.ทรัมป์กำลังพิจารณารายชื่อบุคคล 11 คนที่อาจได้รับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แทนนายเจอโรม พาวเวล ซึ่งจะสิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่งในเดือนพ.ค.2569
ทั้งนี้ รายชื่อ 11 คนดังกล่าว ได้แก่ นางมิเชลล์ โบว์แมน และนายฟิลิป เจฟเฟอร์สัน ซึ่งต่างก็เป็นรองประธานเฟด, นายเควิน วอร์ช และนายแลร์รี ลินด์ซีย์ ซึ่งต่างก็เป็นอดีตผู้ว่าการเฟด, นายคริส วอลเลอร์ สมาชิกคณะกรรมการผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และเป็นสมาชิกถาวรของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (FOMC), นายเจมส์ บูลลาร์ด อดีตประธานเฟด สาขาเซนต์หลุยส์, นางลอรี โลแกน ประธานเฟด สาขาดัลลัส, นายมาร์ค ซัมเมอร์ลิน อดีตที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจในรัฐบาลของประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู บุช, นายเดวิด เซอร์วอส หัวหน้านักกลยุทธ์ฝ่ายการตลาดของเจฟเฟอรีส์, นายเควิน แฮสเส็ตต์ ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติ รวมทั้งนายริก รีเดอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนด้านตราสารหนี้ทั่วโลกของบริษัทแบล็คร็อค
บุคคลในรายชื่อดังกล่าวต่างมีประสบการณ์ในตลาดการเงินและนโยบายการเงิน และแม้บางส่วนเคยสนับสนุนให้มีการปฏิรูปเฟดในระดับต่าง ๆ แต่ส่วนใหญ่ยังคงยึดมั่นในความเป็นอิสระของเฟด
นายสก็อตต์ เบสเซนท์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ จะทำการสัมภาษณ์บุคคลในรายชื่อดังกล่าว ก่อนที่จะคัดรายชื่อในขั้นสุดท้ายเพื่อส่งให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทำการตัดสินใจ
จำนวนรายชื่อและกระบวนการคัดเลือกดังกล่าวบ่งชี้ว่าการตัดสินใจเลือกว่าที่ประธานเฟดจะยังไม่เกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ และอาจต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง
ก่อนหน้านี้ สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวระบุว่า นายคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ เป็นผู้ที่มีแนวโน้มมากที่สุดที่จะได้รับการคัดเลือกให้เป็นประธานเฟดคนใหม่
รายงานระบุว่า นายวอลเลอร์ได้พบกับคณะทำงานของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งต่างก็ประทับใจในตัวเขา แม้ว่าเขายังไม่ได้พบกับปธน.ทรัมป์โดยตรง
เมื่อวันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความใน Truth Social แสดงความพึงพอใจต่อการที่นายวอลเลอร์และนางมิเชล โบว์แมน ซึ่งทั้งสองต่างก็เป็นสมาชิกคณะกรรมการผู้ว่าการเฟด ได้ลงมติสนับสนุนให้เฟดลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเมื่อวันที่ 30 ก.ค. แม้ว่าเสียงส่วนใหญ่มีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมดังกล่าว
ที่ผ่านมา ปธน.ทรัมป์มักวิพากษ์วิจารณ์นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดคนปัจจุบัน เนื่องจากไม่พอใจต่อการที่นายพาวเวลไม่ยอมปรับลดอัตราดอกเบี้ย และแม้ว่าปธน.ทรัมป์ได้ยุติคำขู่ที่จะปลดนายพาวเวลก่อนหมดวาระในวันที่ 15 พ.ค.2569 แต่เขาก็ได้เร่งกระบวนการคัดเลือกผู้ที่จะมาเป็นว่าที่ประธานเฟด
นายพาวเวลยังไม่ได้ประกาศว่าจะยุติบทบาททั้งหมดหรือไม่ หลังหมดวาระดำรงตำแหน่งประธานเฟด โดยนักวิเคราะห์บางรายคาดว่า หากนายพาวเวลรู้สึกว่าอิสรภาพของเฟดกำลังถูกคุกคาม เขาอาจจะเลือกอยู่ต่อในฐานะสมาชิกคณะกรรมการผู้ว่าการเฟด เพื่อกันไม่ให้ปธน.ทรัมป์ได้โอกาสแต่งตั้งคนเพิ่มเติม
แม้ว่าปธน.ทรัมป์ต้องการให้เฟดลดดอกเบี้ยเพื่อช่วยลดต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาลกลาง แต่เหตุผลของนายวอลเลอร์ในการเรียกร้องให้ลดอัตราดอกเบี้ยมาจากมุมมองที่ว่า มาตรการเรียกเก็บภาษีศุลกากรของปธน.ทรัมป์จะไม่ทำให้เงินเฟ้อดีดตัวขึ้น และตลาดแรงงานที่กำลังชะลอตัวควรได้รับแรงสนับสนุนจากนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้น