ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในการประชุมนโยบายการเงิน 2 วันซึ่งเริ่มตั้งแต่วันนี้ (22 ม.ค.) โดยเลือกที่จะประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจจากการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งก่อนสู่ระดับสูงสุดในรอบ 30 ปี รวมถึงแนวโน้มเงินเยนที่อ่อนค่าลง ซึ่งสร้างความกังวลให้กับทางการญี่ปุ่น
คณะกรรมการนโยบายยังต้องเผชิญกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นที่พุ่งขึ้น ซึ่งโดยปกติควรช่วยชะลอการอ่อนค่าของเงินเยน โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ดี ตลาดการเงินคาดว่าจะมีมาตรการกระตุ้นการคลังเพิ่มเติมภายใต้รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ
ตลาดคาดว่า BOJ จะประกาศประมาณการเศรษฐกิจและเงินเฟ้อชุดใหม่เมื่อสิ้นสุดการประชุม โดยแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจมีโอกาสถูกปรับเพิ่มขึ้นทั้งในปีงบประมาณปัจจุบันและปีถัดไป หลังความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ผ่อนคลายลง
การประชุมครั้งนี้มีขึ้นหลัง BOJ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสู่ราว 0.75% ในเดือนธ.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2538 โดยประเมินว่า มีความเป็นไปได้มากขึ้นในการบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับ 2%
คาซุโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการ BOJ ระบุว่า ธนาคารกลางพร้อมเดินหน้าปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อไป หากกิจกรรมทางเศรษฐกิจและทิศทางราคาเคลื่อนไหวเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ พร้อมชี้ว่า เมื่อคำนึงถึงเงินเฟ้อแล้ว อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงยังอยู่ในระดับต่ำมาก
ทั้งนี้ ตลาดการเงินจับตาถ้อยแถลงของอุเอดะเพื่อหาสัญญาณเกี่ยวกับจังหวะการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งถัดไป โดยการอ่อนค่าของเงินเยนเพิ่มความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อให้กับญี่ปุ่นซึ่งขาดแคลนทรัพยากร ขณะที่การเติบโตของค่าจ้างอย่างต่อเนื่องจะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ BOJ คุมเข้มนโยบายการเงินมากขึ้น