ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เผยแพร่สรุปความคิดเห็น (Summary of Opinions) ของคณะกรรมการประจำการประชุมเดือนม.ค. ในวันนี้ (2 ก.พ.) โดยกรรมการรายหนึ่งระบุว่า เมื่อเทียบกับปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจแล้ว ภาวะการเงินของญี่ปุ่นยังคง "ผ่อนคลายอย่างมาก" โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากการอ่อนค่าของเงินเยนในระยะหลัง ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่า BOJ จำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ในการประชุมนโยบายการเงินเมื่อวันที่ 22-23 ม.ค. ที่ผ่านมา กรรมการรายดังกล่าว (ซึ่งไม่มีการเปิดเผยชื่อ) ให้ความเห็นว่า "แนวโน้มเงินเฟ้อพื้นฐานกำลังเข้าใกล้เป้าหมาย 2% อย่างมั่นคง ธนาคารกลางจึงจำเป็นต้องปรับลดระดับความผ่อนคลายทางการเงินลงตามช่วงเวลาที่เหมาะสม"
สำหรับการประชุมรอบเดือนม.ค. BOJ มีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม หลังจากที่เพิ่งปรับขึ้นสู่ระดับ 0.75% ในเดือนธ.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 30 ปี เพื่อประเมินผลกระทบจากการปรับเปลี่ยนนโยบายก่อนหน้านี้
นอกจากนี้ กรรมการบางส่วนยังแสดงความกังวลถึงผลกระทบของเงินเยนที่อ่อนค่าต่ออัตราเงินเฟ้อ โดยระบุว่าอาจซ้ำเติม "ปัญหาความเหลื่อมล้ำ" ให้รุนแรงขึ้น เนื่องจากเงินเยนที่อ่อนค่าจะช่วยหนุนกำไรและค่าจ้างของบริษัทรายใหญ่ แต่กลับกดดันผลประกอบการและค่าจ้างของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME)
ในประเด็นการรับมือกับเงินเยนที่อ่อนค่าและอัตราดอกเบี้ยระยะยาวที่พุ่งสูงขึ้น กรรมการอีกรายหนึ่งให้ความเห็นในรายงานว่า "ทางออกเดียวในแง่ของนโยบายการเงิน คือการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างเหมาะสมและทันท่วงที"