ธนาคารเอเอ็นแซด (ANZ) คาดการณ์ว่า ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยทั้งในเดือนมี.ค. และเดือนพ.ค. เนื่องจากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง ขณะที่ตลาดแรงงานยังคงแข็งแกร่ง
นักวิเคราะห์ของ ANZ ประเมินว่า RBA จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ในการประชุมวันที่ 16-17 มี.ค. และอาจปรับขึ้นอีก 0.25% ในเดือนพ.ค. ซึ่งจะทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มขึ้นสู่ระดับประมาณ 4.35%
ส่วนนักวิเคราะห์ของเวสต์แพค (Westpac) มีมุมมองในทิศทางเดียวกัน โดยคาดว่า RBA จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยทั้งในเดือนมี.ค. และพ.ค. เช่นกัน
นักเศรษฐศาสตร์ของ ANZ ระบุว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้สร้างแรงกดดันด้านเงินเฟ้อต่อออสเตรเลียอย่างชัดเจน โดยต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นอาจกระทบต่อรายได้ที่สามารถใช้จ่ายได้ของครัวเรือน และทำให้ความต้องการบริโภคลดลงในระยะต่อไป
ANZ ยังระบุว่า เศรษฐกิจออสเตรเลียเริ่มต้นจากระดับที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง โดยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศขยายตัว 2.6% เมื่อเทียบรายปีในไตรมาส 4/2568 ซึ่งเป็นระดับการเติบโตที่ธนาคารกลางมองว่าสูงกว่าศักยภาพของเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ยังพบสัญญาณของเงินเฟ้อที่เกิดจากแรงขับเคลื่อนด้านอุปสงค์ในข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภคล่าสุด รวมถึงภาวะตลาดแรงงานที่ตึงตัว ซึ่งอาจทำให้ผู้กำหนดนโยบายต้องดำเนินมาตรการอย่างรวดเร็วเพื่อควบคุมการคาดการณ์เงินเฟ้อ
อย่างไรก็ตาม สถานะของออสเตรเลียในฐานะประเทศผู้ส่งออกพลังงานสุทธิอาจช่วยลดผลกระทบจากราคาพลังงานโลกที่เพิ่มขึ้นได้บางส่วน เนื่องจากราคาก๊าซธรรมชาติเหลวที่สูงขึ้นอาจช่วยปรับปรุงเงื่อนไขการค้าของประเทศ
ทั้งนี้ ANZ มองว่า RBA มีแนวโน้มจะหยุดการปรับขึ้นดอกเบี้ยเมื่ออัตราดอกเบี้ยนโยบายแตะระดับประมาณ 4.35% เพื่อประเมินว่านโยบายการเงินมีความเข้มงวดเพียงพอหรือไม่ รวมถึงติดตามผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์ด้านภูมิรัฐศาสตร์ทั่วโลก