ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยรายงานการประชุมประจำเดือนมี.ค. ในวันนี้ (7 พ.ค.) ซึ่งเผยให้เห็นว่า กรรมการหลายรายเรียกร้องให้ BOJ พิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ท่ามกลางแรงกดดันด้านเงินเฟ้อจากการพุ่งสูงขึ้นของราคาน้ำมันดิบ อันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
รายงานการประชุมระบุว่า ในการประชุมเมื่อวันที่ 18-19 มี.ค.ที่ผ่านมา กรรมการรายหนึ่งได้เรียกร้องให้ BOJ พิจารณาการปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินโดย "ไม่ต้องทิ้งช่วงเวลานาน" ขณะที่กรรมการอีกรายเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปรับนโยบายการเงิน โดยระบุว่า BOJ ไม่ควรลังเล หากเศรษฐกิจไม่ส่งสัญญาณถึงการถดถอย
ขณะเดียวกัน กรรมการ BOJ มีความเห็นตรงกันว่า อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงอยู่ใน "ระดับที่ต่ำอย่างมีนัยสำคัญ" ซึ่งตอกย้ำมุมมองของตลาดว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไปอาจจะเกิดขึ้นอย่างเร็วที่สุดในเดือนมิ.ย.
ส่วนกรรมการอีกรายกล่าวว่า หากภาวะช็อกด้านอุปทาน ซึ่งรวมถึงการหยุดชะงันของอุปทานเชื้อเพลิง เส้นทางการขนส่งสินค้า และห่วงโซ่อุปทาน ดำเนินไปอย่างยืดเยื้อและก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบระลอกสองต่อราคาสินค้าทั่วไป BOJ ก็จำเป็นต้องตอบสนองต่อเรื่องเหล่านี้หลังจากที่มีการตรวจสอบผลกระทบต่อการคาดการณ์เงินเฟ้อและเงินเฟ้อพื้นฐานแล้ว
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า คณะกรรมการ BOJ ได้คงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 0.75% ในการประชุมวันที่ 18-19 มี.ค. ซึ่งถือเป็นการประชุมครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. จากนั้น BOJ ยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 0.75% ในการประชุมถัดมาเมื่อวันที่ 27-28 เม.ย. แต่เป็นมติที่ไม่เอกฉันท์ เนื่องจากกรรมการ 3 รายจากทั้งหมด 9 ราย ลงมติคัดค้านการคงอัตราดอกเบี้ยเนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ
ทั้งนี้ ดัชนีราคาผู้บริโภคของญี่ปุ่นปรับตัวขึ้น เนื่องจากเงินเยนที่อ่อนค่าส่งผลให้ต้นทุนการนำเข้าสูงขึ้น รวมถึงการที่บริษัทต่าง ๆ เริ่มปรับขึ้นราคาสินค้าและบริการ
ที่ผ่านมานั้น BOJ ตั้งเป้าที่จะปรับนโยบายการเงินกลับเข้าสู่ภาวะปกติหลังจากการใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงินแบบพิเศษมานานนับทศวรรษได้สิ้นสุดลงในเดือนมีนาคม 2567 แต่เส้นทางการขึ้นอัตราดอกเบี้ยกลับมีความซับซ้อนมากขึ้นเนื่องจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยแม้ว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะช่วยสกัดเงินเฟ้อได้ แต่ต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นก็จะทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวลงด้วยเช่นกัน