ธนาคารกลางอินเดีย (RBI) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยซื้อคืนพันธบัตร ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ที่ระดับ 5.25% ในการประชุมวันนี้ (5 มิ.ย.) ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ นอกจากนี้ RBI ยังได้ประกาศมาตรการหลายด้านเพื่อพยุงค่าเงินรูปี หลังจากรูปีร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์
ทั้งนี้ RBI ได้กำหนดมาตรการต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นเงินทุนไหลเข้าจากต่างประเทศ ด้วยการเพิ่มความสะดวกให้แก่นักลงทุนต่างชาติในการซื้อพันธบัตรรัฐบาลและหุ้น
ซันเจย์ มัลโฮตรา ผู้ว่าการ RBI กล่าวในแถลงการณ์วันนี้ว่า มาตรการดังกล่าวคาดว่าจะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ดุลการชำระเงินของอินเดีย และเสริมว่า ธนาคารกลางยังคงปรับเปลี่ยนนโยบายอย่างเหมาะสมตามความจำเป็น เพื่อส่งเสริมการส่งออก รวมถึงดึงดูดและสร้างแรงจูงใจให้เงินทุนไหลเข้าประเทศต่อไป
มาตรการที่ประกาศในวันนี้ เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของ RBI ในการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ แม้มีความเสี่ยงว่าเงินเฟ้อจะสูงขึ้น เนื่องจากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นจากสงครามอิหร่าน ทั้งนี้ ดูเหมือนว่า RBI ไม่เต็มใจที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อควบคุมแรงกดดันด้านราคา แต่เลือกใช้มาตรการอื่น ๆ เพื่อสกัดกั้นการอ่อนค่าของเงินรูปี
สกุลเงินรูปีแข็งค่าขึ้น หลังจาก RBI ประกาศมาตรการกระตุ้นเงินทุนไหลเข้า โดยรูปีแข็งค่าขึ้น 0.4% สู่ระดับ 95.44 รูปีต่อดอลลาร์ ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอินเดียอายุ 10 ปี ปรับตัวลง 0.03% สู่ระดับ 6.96%
มัลโฮตรากล่าวว่า ปัจจุบัน RBI คาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อสำหรับปีงบประมาณที่สิ้นสุดในเดือนมี.ค. 2570 จะแตะระดับ 5.1% ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่ RBI กำหนดไว้ที่ระดับ 4% และเพิ่มขึ้นจากตัวเลขคาดการณ์เดิมที่ระดับ 4.6% อย่างไรก็ตาม RBI กำลังรอสัญญาณบ่งชี้ด้านเงินเฟ้อที่ชัดเจนมากขึ้น ก่อนที่จะดำเนินการใด ๆ
นอกจากนี้ RBI ได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจสำหรับปีงบประมาณปัจจุบันซึ่งเริ่มต้นในเดือนเม.ย. ลงสู่ระดับ 6.6% จากเดิม 6.9% โดยผู้ว่าการ RBI ระบุว่าความผันผวนที่เกิดขึ้นเป็นเวลานานมีความเสี่ยงที่จะฉุดรั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจ