ซันเจย์ มัลโฮตรา ผู้ว่าการธนาคารกลางอินเดีย (RBI) เปิดเผยในวันนี้ (24 มิ.ย.) ว่า ยังเร็วเกินไปที่จะพูดถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงเวลานี้ของวัฏจักรนโยบายการเงิน
ผู้ว่าการ RBI ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ ET NOW ว่า ธนาคารกลางกำลังจับตาดูผลกระทบต่อเนื่องจากราคาน้ำมันที่แพงขึ้น ว่าจะส่งผลต่ออัตราเงินเฟ้อในภาพรวมของเศรษฐกิจหรือไม่ ก่อนที่จะตัดสินใจใด ๆ เกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย โดยระบุว่า "เรายังไม่เห็นสัญญาณว่าเงินเฟ้อได้กระจายตัวเป็นวงกว้างในขณะนี้"
ทั้งนี้ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (MPC) ของ RBI มีมติคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเมื่อต้นเดือนนี้ และยังคงจุดยืนนโยบายการเงินแบบ "เป็นกลาง" (neutral) ไว้ตามเดิม โดยมัลโฮตรากล่าวว่า "หากเราต้องการส่งสัญญาณให้ตลาดเตรียมรับมือกับการขึ้นดอกเบี้ย เราคงเปลี่ยนจุดยืนจากแบบเป็นกลางไปเป็นแบบเข้มงวดแล้ว" พร้อมเสริมว่า คณะกรรมการ MPC จะพิจารณาเรื่องอัตราดอกเบี้ยโดยประเมินสถานการณ์เป็นรายครั้งในการประชุมแต่ละรอบ
ผู้ว่าการ RBI ระบุเพิ่มเติมว่า ความไม่แน่นอนของค่าเงินและปัจจัยภายนอกเป็นสิ่งที่ทุกคนกังวล อย่างไรก็ดี การลดความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางถือเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญ ส่วนมาตรการที่นำมาใช้เพื่อช่วยพยุงค่าเงินรูปีนั้นได้รับเสียงตอบรับเบื้องต้นในทิศทางที่ดี และ RBI คาดการณ์ว่าจะมี "เงินทุนไหลเข้าประเทศในระดับที่ดี" โดยความเคลื่อนไหวในตลาดอัตราแลกเปลี่ยนมีเสถียรภาพและเป็นระเบียบมากขึ้น หลังจากมีการใช้มาตรการเพื่อสกัดกั้นการเก็งกำไร
นอกจากนี้ มัลโฮตรากล่าวว่า จะเป็นเรื่องดีหากพันธบัตรของอินเดียถูกนำไปรวมอยู่ในดัชนีของบลูมเบิร์ก (Bloomberg) หรือดัชนีอื่น ๆ โดยขณะนี้ทางอินเดียกำลังเตรียมออกมาตรการเพื่อเพิ่มความสะดวกในการลงทุนให้กับนักลงทุนต่างชาติ
สำหรับประเด็นด้านทุนสำรองเงินตราต่างประเทศนั้น มัลโฮตราระบุว่า ทุนสำรองของ RBI ในปัจจุบันอยู่ในระดับที่น่าพอใจและเพียงพอ โดยกลยุทธ์การบริหารทุนสำรองจะยึดหลักความปลอดภัย สภาพคล่อง และผลตอบแทน ขณะที่การถือครองทองคำซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทุนสำรองนั้น มีเป้าหมายหลักเพื่อความปลอดภัยและช่วยเสริมสภาพคล่องเมื่อมีความจำเป็น