นาโอกิ ทามูระ หนึ่งในสมาชิกสายเหยี่ยวของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) กล่าวว่า BOJ อาจจำเป็นต้องเพิ่มขนาดการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจากระดับปกติที่ 0.25% โดยขึ้นอยู่กับระดับของเงินเฟ้อภายในประเทศ
ในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมกับกลุ่มผู้นำธุรกิจซึ่งจัดขึ้นที่เมืองโกเบในวันนี้ (25 มิ.ย.) ทามูระได้เรียกร้องให้ BOJ เพิ่มความถี่หรือขนาดของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยโดยไม่ลังเล หากความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อยังคงยืดเยื้อ โดยการแสดงความเห็นดังกล่าวมีขึ้นหลังจาก BOJ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสู่ระดับสูงสุดในรอบ 30 ปีที่ 1.0% จากระดับ 0.75% ในการประชุมเมื่อวันที่ 15-16 มิ.ย.ที่ผ่านมา
ทามูระกล่าวว่า แนวทางพื้นฐานที่เขาคาดการณ์ไว้คือ การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายครั้งละ 0.25% โดยเว้นระยะห่างครั้งละไม่กี่เดือน เพื่อมุ่งสู่ระดับอัตราดอกเบี้ยที่เป็นกลาง (neutral interest rate) ซึ่ง "น่าจะอยู่ที่ระดับประมาณ 2%"
"มีความจำเป็นที่จะต้องปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายให้เข้าใกล้อัตราดอกเบี้ยที่เป็นกลางอย่างทันท่วงที เหมาะสม และในจังหวะความเร็วที่สมเหตุสมผล" ทามูระกล่าวในการประชุมดังกล่าว
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ในเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา BOJ ได้เปิดเผยตัวเลขประมาณการอัตราดอกเบี้ยที่เป็นกลางของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นระดับที่ไม่กระตุ้นและไม่ฉุดกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้ชะลอตัวลง โดยระบุว่าอัตราดอกเบี้ยที่เป็นกลางอยู่ในช่วงประมาณ -0.9% ถึง 0.5% โดยมีการปรับกรอบล่างขึ้นจากเดิมที่ระดับประมาณ -1.0%
กรอบประมาณการใหม่นี้ถูกตีความจากนักวิเคราะห์บางรายว่า หากเงินเฟ้อบรรลุเป้าหมายที่ระดับ 2% ของ BOJ และนำมาบวกเพิ่มเข้ากับกรอบตัวเลขนี้ อัตราดอกเบี้ยที่เป็นกลางจะอยู่ระหว่าง 1.1% - 2.5%
นักลงทุนจำนวนมากในตลาดคาดการณ์ว่า BOJ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีกหนึ่งครั้งภายในสิ้นปีนี้ และตามด้วยการปรับขึ้นอีกครั้งในช่วงครึ่งแรกของปีหน้า