ข่าวอินโฟเควสท์
07:14 ข้อมูลแบบรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ของผู้บริหาร 16 ส.ค. 2561   ชื่อบริษัท ชื่อผู้บริหาร ความ ประเภท วันที่ วันที่ได้มา/ จำนวน ราคา ว…
07:14 รายงานหุ้นถูกชอร์ตเซล ประจำวันที่ 16 สิงหาคม 2561   หลักทรัพย์ ปริมาณหุ้นที่ มูลค่าการ %ปริมาณการขายชอร์ต ขายซอร์ต ขายชอร์ต เทียบกับปริมาณการซื…
07:14 รายงานการซื้อขายหุ้นผ่าน NVDR ประจำวันที่ 16 ส.ค. 2561   สรุปภาพรวมการซื้อขายหุ้นผ่าน NVDR ประจำวันที่ 16 สิงหาคม 2561 พบว่ามีมูลค่าการขายสุทธิ…
07:02 ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์แข็งเทียบเยน,ฟรังก์สวิส รับข่าวสหรัฐ-จีนเตรียมเจรจาการค้า   ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยนและฟรังก์สวิส ในก…

ประธานเฟดนิวยอร์กแนะเฟดทบทวนเป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับ 2%

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 19 มกราคม 2561 12:00:00 น.

นายวิลเลียม ดัดลีย์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก กล่าวแสดงความเห็นว่า เฟดควรทบทวนเป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับ 2% ในการประเมินเรื่องการใช้เครื่องมือที่จะรับมือกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยในครั้งหน้า

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า นายดัดลีย์กล่าวให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทม์สว่า "ในขณะที่ยังไม่สัญญาณบ่งชี้ถึงความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยนั้น เฟดควรจะระบุให้ 'การกำหนดนโยบายการเงินอย่างรอบคอบ' อยู่ในวาระสำคัญของการบริหารจัดการเศรษฐกิจในปีนี้"

นายดัดลีย์ ซึ่งจะเกษียณอายุงานในฤดูร้อนปีนี้ กล่าวว่า เขาต้องการให้เฟดทบทวนเกี่ยวกับเครื่องมือต่างๆที่จะใช้ในการรับมือกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย ซึ่งรวมถึงการทบทวนเป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับ 2% ซึ่งเฟดกำหนดไว้ในปี 2555 ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์หลายคนได้แสดงความกังวลว่า เป้าหมายดังกล่าวอาจทำให้เฟดไม่มีโอกาสในการปรับลดอัตราดอกเบี้ย หากเศรษฐกิจกลับเข้าสู่ภาวะถดถอยอีกครั้ง

ทั้งนี้ นายดัดลีย์แนะนำว่า เฟดควรพิจารณาปรับเป้าหมายเงินเฟ้อให้อยู่ในกรอบ 1.5%-2.5% แต่นายดัดลีย์ไม่เห็นด้วยที่จะเพิ่มเป้าหมายเงินเฟ้อขึ้นเป็น 4% จากระดับ 2% เนื่องจากการกำหนดเป้าหมายเงินเฟ้อที่สูงเช่นนั้น จะขัดแย้งกับข้อกำหนดของสภาคองเกรสที่ต้องการให้เฟดเดินหน้าสร้างเสถียรภาพด้านราคา

นอกจากนี้ นายดัดลีย์ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า มาตรการปรับลดภาษีวงเงิน 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ที่สภาคองเกรสอนุมัติไปเมื่อเดือนที่แล้วนั้น อาจทำให้เศรษฐกิจสหรัฐเสี่ยงที่จะเผชิญกับภาวะร้อนแรงเกินไปในปี 2562 หรือ 2563 เพราะจะทำให้อัตราเงินเฟ้อพุ่งขึ้นสูงกว่าระดับ 2%

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง