"ทรัมป์"จี้เฟดเร่งลดดอกเบี้ย หลังแบงก์ชาติอีก 3 แห่งลดดอกเบี้ยวันนี้

ข่าวเศรษฐกิจ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2562 21:44 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทวีตข้อความในวันนี้ เรียกร้องให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เร่งการปรับลดอัตราดอกเบี้ย เพื่อให้ตามทันธนาคารกลางแห่งอื่นๆทั่วโลก ปธน.ทรัมป์ทวีตข้อความดังกล่าว หลังจากที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐดิ่งลงในวันนี้ ขณะที่ค่าสเปรดระหว่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 3 เดือน และ 10 ปีอยู่ในช่วงกว้างมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย.2550 ซึ่งขณะนั้นเศรษฐกิจสหรัฐกำลังประสบปัญหาวิกฤตการเงิน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีปรับตัวลงอย่างต่อเนื่องในวันนี้ ล่าสุดหลุดระดับ 1.60% แตะระดับ 1.595% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2559 ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี ปรับตัวลงสู่ระดับ 2.13% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2559 เช่นกัน ท่ามกลางความกังวลที่ว่าการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนจะกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก

"พวกเขาต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยให้มากกว่านี้ และเร็วกว่านี้ และยุติมาตรการคุมเข้มเชิงปริมาณเดี๋ยวนี้ เราไม่สามารถรอได้อีกต่อไป โดยปัญหาของเราไม่ใช่จีน แต่เป็นเฟดที่เย่อหยิ่งเกินกว่าจะยอมรับความผิดพลาดของพวกเขาในการใช้มาตรการคุมเข้มเร็วเกินไป และมากเกินไป ซึ่งในวันนี้ มีธนาคารกลางอีก 3 แห่งที่ปรับลดอัตราดอกเบี้ย มันจะเป็นเรื่องง่ายขึ้นถ้าเฟดมีความเข้าใจว่าเรากำลังแข่งขันกับประเทศอื่น" ข้อความในทวิตเตอร์ระบุ

นอกจากนี้ การที่ธนาคารกลางหลายแห่ง เช่น อินเดีย นิวซีแลนด์ และไทย พากันปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ก็เป็นอีกปัจจัยที่กดดันอัตราผลตอบแทนพันธบัตร

ราคาพันธบัตร และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะปรับตัวในทิศทางตรงกันข้ามกัน

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีได้ร่วงลงมากกว่า 0.35% ในเดือนนี้ หลังจากดีดตัวเหนือระดับ 2% ในเดือนที่แล้ว

ทั้งนี้ พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีถือเป็นพันธบัตรที่ใช้อ้างอิงในการกำหนดราคาของตราสารหนี้ทั่วโลก ซึ่งรวมถึงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนอง และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้รถยนต์ของสหรัฐ ซึ่งหากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวขึ้น จะทำให้ผู้บริโภคมีเงินสำหรับการใช้จ่ายลดน้อยลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการจ่ายเงินกู้จำนองเพิ่มมากขึ้น และบริษัทต่างๆจะเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้นจากการชำระหนี้ จึงทำให้บริษัทเหล่านี้ลดการลงทุน และลดการจ่ายเงินปันผลแก่นักลงทุน

นักลงทุนพากันเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐนับตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว ท่ามกลางความตึงเครียดของการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน

ทั้งนี้ การทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนได้ทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ขู่ว่า สหรัฐจะเรียกเก็บภาษีอีก 10% ต่อสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่า 3 แสนล้านดอลลาร์ โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ก.ย. ขณะที่จีนก็ได้ตอบโต้ด้วยการปล่อยให้หยวนอ่อนค่าลงต่ำกว่าระดับ 7 หยวนต่อดอลลาร์ แตะระดับต่ำสุดในรอบ 11 ปี และรัฐบาลจีนยังได้สั่งให้บริษัทของรัฐระงับการนำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐ


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ