สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันศุกร์ (2 ม.ค.) จากแรงขายทำกำไร หลังทำสถิติปรับขึ้นรายปีในปี 2568 มากที่สุดในรอบ 46 ปี
ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. ลดลง 11.50 ดอลลาร์ หรือ 0.26% ปิดที่ 4,329.60 ดอลลาร์/ออนซ์
สัญญาทองคำเผชิญแรงขายทำกำไรหลังพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งในปี 2568 เนื่องจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และความคาดหวังต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ยังคงหนุนความต้องการทองคำในระดับสูง
นักวิเคราะห์จาก TD Securities กล่าวว่า ตลาดยังคงพูดถึงความเป็นไปได้ของการลดดอกเบี้ยในเดือนมี.ค. และอาจมีการปรับลดอีกครั้งในช่วงปลายปี ประกอบกับกระแสความกังวลว่าตลาดอาจเผชิญความเสี่ยงจากมาตรการภาษีและระดับหนี้ของสหรัฐฯ ที่ยังเพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนผลักดันให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น
เมื่ออัตราดอกเบี้ยปรับลดลง ทองคำซึ่งไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยจะมีความน่าสนใจด้านการลงทุนมากขึ้น โดยตลาดคาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 2 ครั้ง ครั้งละ 0.25% ในปีนี้
ทองคำซึ่งถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยยังได้รับแรงหนุนจากสถานการณ์ความไม่สงบในอิหร่าน การที่ยังไม่มีข้อตกลงสันติภาพระหว่างรัสเซียกับยูเครน รวมถึงประเด็นความขัดแย้งในฉนวนกาซา
นักวิเคราะห์จาก Kitco Metals ระบุว่า ในเชิงเทคนิค เป้าหมายถัดไปของฝั่งขาขึ้นในสัญญาทองคำส่งมอบเดือนก.พ. คือการปิดตลาดเหนือแนวต้านสำคัญที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของสัญญาที่ 4,584 ดอลลาร์สหรัฐ