ราคาทองฟิวเจอร์ดีดตัวทะลุระดับ 4,480 ดอลลาร์ในวันนี้ โดยได้แรงหนุนจากคำสั่งซื้อทองในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย หลังสหรัฐใช้ปฎิบัติการโจมตีเวเนซุเอลาในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
ณ เวลา 23.04 น.ตามเวลาไทย สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. บวก 33.80 ดอลลาร์ หรือ 0.76% สู่ระดับ 4,485.30 ดอลลาร์/ออนซ์
ทั้งนี้ สหรัฐใช้ปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ในเวเนซุเอลา โดยได้เข้าจับกุมตัวประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา และนางซีเลีย ฟลอเรส ภรรยาของเขา ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า สหรัฐจะเข้าบริหารประเทศเวเนซุเอลาจนกว่าจะเกิดการเปลี่ยนผ่านอำนาจไปสู่รัฐบาลชุดใหม่ และบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของสหรัฐจะเข้าไปขุดเจาะแหล่งน้ำมันสำรองของเวเนซุเอลา ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
ราคาทองพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ระดับ 4,549.71 ดอลลาร์เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.2568 และสามารถพุ่งขึ้น 64% ในปีที่แล้ว ทำสถิติปรับตัวขึ้นรายปีมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2522 ส่งผลให้ทองเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนในปีที่แล้วมากกว่าการลงทุนในหุ้น บิตคอยน์ น้ำมัน และดอลลาร์สหรัฐ โดยได้ปัจจัยบวกจากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ และความกังวลทางเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ ราคาทองยังได้แรงหนุนจากการใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด), การซื้อทองคำของธนาคารกลางต่าง ๆ, แนวโน้มการลดการพึ่งพาสกุลเงินดอลลาร์ รวมทั้งการไหลเข้าของเงินลงทุนเข้าสู่กองทุน ETF ทอง
ทั้งนี้ สินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย เช่น ทองคำ มักปรับตัวได้ดีในสภาวะอัตราดอกเบี้ยต่ำ โดยขณะนี้นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปี 2569
นักลงทุนจับตาตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ ซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันศุกร์ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้
กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนธ.ค.ในวันศุกร์ โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานเพิ่มขึ้น 57,000 ตำแหน่งในเดือนธ.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 64,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ย. นอกจากนี้ นักวิเคราะห์คาดว่าอัตราว่างงานลดลงสู่ระดับ 4.5% ในเดือนธ.ค. จากระดับ 4.6% ในเดือนพ.ย.