สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพฤหัสบดี (29 ม.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ อย่างไรก็ดี ราคาทองคำลดช่วงบวก เนื่องจากนักลงทุนขายทำกำไรหลังจากราคาพุ่งขึ้นทะลุระดับ 5,600 ดอลลาร์ในระหว่างวัน
ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 14.80 ดอลลาร์ หรือ 0.28% ปิดที่ 5,318.40 ดอลลาร์/ออนซ์
ราคาทองคำทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 5,626.80 ดอลลาร์ในระหว่างวัน ก่อนที่ราคาจะลดช่วงบวกเนื่องจากแรงขายทำกำไร
นักวิเคราะห์ยังคงมีมุมมองบวกต่อแนวโน้มราคาทองคำ โดยนักวิเคราะห์จาก ActivTrades คาดการณ์ว่าราคาทองคำยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อไป โดยอาจทะลุระดับ 6,000 ดอลลาร์ และหลังจากผ่านช่วงการพักฐานแล้ว อาจทะยานขึ้นไปสู่ระดับ 7,000 ดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2569
ขณะที่นักวิเคราะห์ของ UBS ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาทองคำในช่วงสามไตรมาสแรกของปี 2569 ขึ้นสู่ระดับ 6,200 ดอลลาร์ และคาดว่าราคาจะชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 5,900 ดอลลาร์ภายในสิ้นปี
ด้านนักวิเคราะห์ของ GoldSilver Central กล่าวว่า ความต้องการถือครองทองคำขยายตัวเป็นวงกว้าง ตั้งแต่บริษัทคริปโทเคอร์เรนซีไปจนถึงธนาคารกลาง โดยซีอีโอของบริษัท Tether ประกาศแผนจัดสรรพอร์ตการลงทุน โดยจะซื้อทองคำในสัดส่วน 10% - 15% ของสินทรัพย์ในพอร์ต ขณะที่กองทุน SPDR Gold Trust ซึ่งเป็นกองทุน ETF ทองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เพิ่มการถือครองทองสู่ระดับ 35,043,181 ออนซ์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2565
นอกจากนี้ สถานการณ์ตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นปัจจัยหนุนทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ขู่โจมตีอิหร่านด้วยกองเรือรบขนาดใหญ่ หากอิหร่านไม่กลับสู่โต๊ะเจรจาเพื่อทำข้อตกลงนิวเคลียร์
สื่อหลายสำนักรายงานว่า ทางการอิหร่านได้ออกประกาศแจ้งเตือนเรือพาณิชย์เกี่ยวกับแผนการซ้อมรบทางทะเลของกองทัพอิหร่านด้วยกระสุนจริงในช่องแคบฮอร์มุซในวันที่ 1-2 ก.พ.นี้ นอกจากนี้ อิหร่านได้นำโดรนสังหารที่ผลิตขึ้นภายในประเทศจำนวน 1,000 ลำเข้าประจำการยังเหล่าทัพต่าง ๆ ได้แก่ กองทัพบก กองกำลังป้องกันภัยทางอากาศ กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ เพื่อรับมือกับภัยคุกคามจากสหรัฐฯ