ราคาทองฟิวเจอร์พุ่งขึ้นเกือบ 300 ดอลลาร์ จ่อทะลุระดับ 5,000 ดอลลาร์ในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนพากันส่งแรงซื้อเก็งกำไรเข้าตลาด หลังราคาดิ่งลงอย่างหนักก่อนหน้านี้
ณ เวลา 18.52 น.ตามเวลาไทย สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. บวก 281.90 ดอลลาร์ หรือ 6.06% สู่ระดับ 4,934.50 ดอลลาร์/ออนซ์
ธนาคารดอยช์แบงก์มองว่า ภาพรวมของการลงทุนในทองคำยังคงแข็งแกร่ง โดยระบุว่า 'ทองคำยังคงได้รับแรงหนุนในตลาด เราเชื่อว่าเหตุผลของนักลงทุนในการจัดสรรเงินลงทุนในทองคำยังคงไม่เปลี่ยนแปลง เรามองเห็นความแตกต่างหลายประการระหว่างสถานการณ์ในวันนี้กับบริบทที่ทำให้ราคาทองคำอ่อนตัวลงในช่วงทศวรรษ 1980 และในปี 2013'
ด้านธนาคารบาร์เคลย์สมีมุมมองในทิศทางเดียวกัน โดยยอมรับว่าปัจจัยทางเทคนิคมีความร้อนแรงเกินไป และสถานะการถือครองทองอยู่ในระดับตึงตัว แต่ระบุว่า แรงซื้อทองคำยังคงมีความยืดหยุ่น ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่ประเทศต่าง ๆ ยังคงเพิ่มทองคำในทุนสำรอง
ราคาทองทะยานขึ้น 64% ในปีที่แล้ว ทำสถิติปรับตัวขึ้นรายปีมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2522 ส่งผลให้ทองเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนในปีที่แล้วมากกว่าการลงทุนในหุ้น บิตคอยน์ น้ำมัน และดอลลาร์สหรัฐ โดยได้ปัจจัยบวกจากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ และความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ ราคาทองยังได้แรงหนุนจากการใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด), การซื้อทองคำของธนาคารกลางต่าง ๆ, แนวโน้มการลดการพึ่งพาสกุลเงินดอลลาร์ รวมทั้งการไหลเข้าของเงินลงทุนเข้าสู่กองทุน ETF ทอง
ทั้งนี้ สินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย เช่น ทองคำ มักปรับตัวได้ดีในสภาวะอัตราดอกเบี้ยต่ำ โดยขณะนี้นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปี 2569