ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดพุ่ง $63.7 รับแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย กังวลขัดแย้งตอ.กลางยืดเยื้อ

ข่าวต่างประเทศ Tuesday March 3, 2026 06:52 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวขึ้นในวันจันทร์ (2 มี.ค.) รับแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย เนื่องจากความกังวลว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจยิ่งทวีความรุนแรงและบานปลาย หลังจากสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน ตามมาด้วยการตอบโต้อย่างรุนแรงของอิหร่านทั่วภูมิภาค

ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 63.7 ดอลลาร์ หรือ 1.21% ปิดที่ 5,311.6 ดอลลาร์/ออนซ์

ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงในตะวันออกกลางกำลังส่งแรงสั่นสะเทือนไปทั่วตลาดโลก ทำให้นักลงทุนหันกลับมาหาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยอีกครั้ง โดยหลังจากปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ-อิสราเอล และการโจมตีตอบโต้ที่ตามมา ราคาทองคำได้พุ่งสูงขึ้นจนทะลุระดับ 5,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงสั้น ๆ ก่อนจะมาทรงตัวอยู่ที่ประมาณ 5,300 ดอลลาร์ในวันจันทร์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐฯ คาดการณ์ตั้งแต่ต้นว่า การแทรกแซงทางทหารในอิหร่านจะใช้เวลาประมาณ 4-5 สัปดาห์ แต่ย้ำว่า สหรัฐมีศักยภาพที่จะดำเนินการได้นานกว่านั้นมาก

"ตอนนี้เราเดินหน้าเร็วกว่ากำหนดเวลาที่วางไว้มากแล้ว แต่ไม่ว่าจะใช้เวลานานแค่ไหนก็ไม่เป็นไร เราพร้อมใช้เวลานานเท่าที่จำเป็น" ปธน.ทรัมป์กล่าวที่ทำเนียบขาว พร้อมทั้งระบุด้วยว่า เป้าหมายของสหรัฐฯ ในการใช้ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านคือ ทำลายขีดความสามารถด้านขีปนาวุธของอิหร่าน ทำลายกองกำลังทางเรือของอิหร่าน ป้องกันไม่ให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์ในอนาคต และทำให้รัฐบาลอิหร่านไม่สามารถสนับสนุนการก่อการร้ายในต่างประเทศได้อีก

ด้านพลเอกแดน เคน ประธานคณะเสนาธิการร่วมของสหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐฯ กำลังเตรียมส่งกำลังทหารเพิ่มเติมไปยังตะวันออกกลางในวันนี้ พร้อมทั้งส่งสัญญาณว่า สงครามอาจยืดเยื้อยาวนานกว่ากรอบเวลา 4-5 สัปดาห์ที่ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวไว้

นักวิเคราะห์จากเจพี มอร์แกน คาดการณ์ว่า ราคาทองคำอาจพุ่งแตะระดับ 6,300 ดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2569 โดยระบุว่าความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ

ทั้งนี้ ราคาทองพุ่งขึ้นเกือบ 25% นับตั้งแต่ต้นปี 2569 ต่อเนื่องจากที่ทะยานขึ้น 64% ในปีที่แล้ว ทำสถิติปรับตัวขึ้นรายปีมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2522 ส่งผลให้ทองเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนในปีที่แล้วมากกว่าการลงทุนในหุ้น บิตคอยน์ น้ำมัน และดอลลาร์สหรัฐ โดยได้ปัจจัยบวกจากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ และความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ ราคาทองยังได้แรงหนุนจากการใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด), การซื้อทองคำของธนาคารกลางต่าง ๆ แนวโน้มการลดการพึ่งพาสกุลเงินดอลลาร์ รวมทั้งการไหลเข้าของเงินลงทุนเข้าสู่กองทุน ETF ทอง


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ